สุดเศร้า ย่า นั่งเสียชีวิต หลังเฝ้าดูแลหลานป่วยติดเตียงวัย 12 ปี ญาติร่ำไห้ ไร้เงินทำศพ คนในชุมชนช่วยบริจาค เผย ป่วยหลายโรค ต้องดูหลาน ไม่ได้รักษาต่อเนื่อง
วันที่ 24 ม.ค.2567 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ในพื้นที่ชุมชนเขาคูบา เมื่อวันที่ 23 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า มีครอบครัวหนึ่งมีผู้เสียขีวิต เป็นผู้สูงอายุ ชื่อ นางประนอม อายุ 62 ปี เบื้องต้นทราบว่าก่อนเสียชีวิตต้องคอยดูแลหลานที่ป่วยเป็นโรคแขนขาอ่อนแรง และพิการมาตั้งแต่กำเนิด ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้
ทราบชื่อคือ น้องตอง (นามสมมติ) อายุ 12 ปี ซึ่งตัวของย่าเองนั้นก็ป่วยมีโรคประจำตัว ทั้งความดันสูง และเบาหวาน นอกจากนี้ ยังมีโรคอื่น ๆ อีก แต่ด้วยความที่เป็นห่วงหลาน ทำให้ไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง โรคที่เป็นอยู่เกิดอาการกำเริบขึ้นมา

สุดเศร้า ย่า นั่งเสียชีวิต หลังเฝ้าดูแลหลานป่วยติดเตียงวัย 12 ปี ญาติร่ำไห้ ไร้เงินทำศพ คนในชุมชนช่วยบริจาค
ก่อนหน้าที่จะเสียชีวิต นางประนอม ได้โทรศัพท์หาลูกสาวที่อยู่อีกจังหวัดหนึ่งให้มาหา มาอยู่เป็นเพื่อนหลาน เพราะตั้งใจจะไปหาหมอแต่ไม่ทันได้ไป มาเสียชีวิตเสียก่อน
สำหรับบ้านที่พักอาศัยอยู่ มีขนาดกว้าง 2.5 เมตร จากหน้าประตูบ้านลึกเข้าไปอีก 3.5 เมตร โดยนอกเหนือจาก 2 ย่าหลานแล้ว ยังมีลูกสาวอยู่ด้วยอีก 1 คน คือ น.ส.มิ้งค์ อายุ 32 ปี รวมเป็น 3 คนที่พักอาศัยอยู่บ้านหลังนี้
หลังจากที่นางประนอมเสียชีวิตลง ลูกหลาานที่ไปทำงานที่อื่น ต่างรีบเดินทางกลับมายังบ้านเพื่อมาหาแม่ แต่ความทุกข์ไม่ได้มีแค่แม่ที่เพิ่งจากไป แต่ลูก ๆ ไม่มีเงินจัดงานศพให้กับแม่
เมื่อนางบุญมี พรจะโปะ ผู้ช่วยประธานชุมชนเขาคูบา ทราบ จึงออกเรี่ยไรเพื่อนบ้าน และชาวบ้านในชุมชนเขาคูบา พร้อมทั้งนำเรื่องราวที่เกิดขึ้นไปแจ้งต่อ นายวินัย นาคนิวงค์ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองสระบุรี เนื่องจากเกรงว่าจะไม่พอค่าใช้จ่าย
โดย สท.วินัย แจ้งกับผู้ช่วยประธานชุมชน ว่า เดี๋ยวจะช่วยติดต่อไปยังผู้ใหญ่ใจดีท่านหนึ่ง ชอบช่วยเหลือคนที่กำลังลำบาก พร้อมฝากไปบอกให้ไปติดต่อทางวัดไว้ได้เลย เพื่อจัดเตรียมสถานที่ไว้รอเมื่อรับศพแม่กลับมาที่วัด
ต่อมาในช่วงเย็น ลูกได้เดินทางไปรับศพของนางประนอมที่โรงพยาบาลสระบุรี หลังจากแพทย์ทำการชันสูตรแล้ว มาทำพิธีทางศาสนาที่วัด บรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจ
ต่อมา นางบุญมี พรจะโปะ ผู้ช่วยประธานชุมชนเขาคูบา ได้นำเงินที่ได้จากการเรี่ยไรชาวบ้านมาช่วยทำศพ มอบให้แก่ลูก ๆ ของนางประนอม เป็นเงินทั้งสิ้น 30,629 บาท
จากนั้น สท.วินัย ได้พา นายประสิทธิ์ อนะมาน ผู้ใหญ่ใจดี ที่กล่าวถึงมาพบกับลูกของผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งมอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับลูก เพื่อใช้จ่ายระหว่างที่จัดงาน พร้อมทั้งบอกกับลูก ๆ ของนางประนอมว่า ค่าใช้จ่ายในส่วนต่าง จะรับเป็นเจ้าภาพดูแลเรื่องค่าใข้จ่ายเอง พวกลูก ๆ ของนางประนอม รู้สึกซึ้งใจที่นายประสิทธิ์ทำให้ จึงพากันกล่าวขอบคุณ
ต่อมานายประสิทธิ์ทราบว่า ภายในบ้านมีหลานที่มีอาการป่วยอยู่ จึงตั้งใจจะไปเยี่ยม เมื่อไปถึงยังบริเวณบ้านได้เข้าไปพูดคุย และประสานกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ให้เข้ามาดูแลช่วยเหลือ
นางสุดใจ ป้าของเด็ก กล่าวว่า น้องชื่อตอง อายุ 12 ปี เป็นเด็กผู้หญิง พิการตั้งแต่กำเนิด ที่บ้านหลังนี้ อยู่ด้วยกัน 3 คน มี ผู้ตาย ลูกสาว แล้วก็หลาน เขาพอมีพอกิน ได้อาศัยเงินลูกและเบี้ยผู้สูงอายุ แต่ก็ยังไม่พอ ต้องคอยหายืมเงินชาวบ้านมากินประทังชีวิตก่อน แล้วค่อยเอาเงินคนแก่มาใช้หนี้ทีหลัง
นางสุดใจ กล่าวต่อว่า ตอนที่นางประนอมเสียชีวิต แกนั่งตายไปเฉย ๆ ซึ่งช่วงนั้นไม่มีคนอยู่ เพราะลูกไปทำงาน กลับมาเจออีกทีก็ตอนเช้าหลังเลิกงาน ซึ่งผู้ตายปิดประตูไว้ ผู้ตายเป็นหลายโรค ไม่ว่าจะโรคเบาหวาน โรคไขมัน โรคความดัน เป็นเกือบทุกโรค
นางสุดใจ กล่าวอีกว่า แต่ช่วงระยะหลังมีเลือดออกที่ช่องคลอด ขณะตอนแกเสียชีวิต ลูกหลานก็ไม่มีเงินทำศพ ก็เลยไปบอกประธานชุมชนให้ช่วยเหลือ ได้เงินมาส่วนหนึ่ง และมีผู้ใหญ่ใจดีเข้ามาช่วย ถ้าขาดเหลืออะไรเขาก็จะช่วยทั้งหมด
นางสุดใจ กล่าวด้วยว่า ส่วนชาวบ้านพร้อมใจช่วยกันดีมาก ตอนแรกตนไม่คิดว่าเขาจะช่วยขนาดนี้ คิดแค่ว่าได้มาทำศพนิด ๆ หน่อย ๆ ก็พอ แต่เขาก็ช่วยเต็มที่
ด้าน นายประสิทธิ์ อนะมาน กล่าวว่า ตนทราบข่าวว่า คุณแม่ประนอมเสียชีวิตลงโดยไม่ทราบสาเหตุ เพราะนอนป่วยแล้วได้เสียชีวิตไปเฉย ๆ ตนจึงได้เข้ามาดูแล ว่าจะทำอย่างไรดี เพราะยังมีเด็กที่พิการอยู่ 1 คน
นายประสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ซึ่งเมื่อวันเด็กตนก็ได้ให้เงินเด็กไป และเพิ่งมาทราบข่าวว่าคุณแม่ประนอมเสียชีวิตไป เด็กก็มีปัญหาเพราะเป็นเด็กออทิสติกและพิการ จึงได้เข้ามาดูแลว่าจะทำอย่างไรดี
นายประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ทางชุมชนได้รวบรวมเงินกัน จำนวน 30,000 บาท ส่วนตนมอบเงินให้ 5,000 บาท ในการช่วยเหลืองานศพของคุณแม่ประนอม ถ้าขาดเหลือประการใด ตนก็พร้อมที่จะดูแล ส่วนเรื่องเด็กก็จะให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เข้ามาดูแล ตนจะช่วยประสานให้
ขณะที่ นางบุญมี กล่าวว่า ในฐานะผู้ช่วยประธานชุมชน เขต 1 เขาคูบา 1 มีนายประสิทธิ์ และทีมงานของต๋อง ประกาศช่วยเหลืองานศพของนางประนอม ตนได้ช่วยเหลือประสานงานเรื่องโลงศพ และเรื่องมูลนิธิสว่าง
นางบุญมี กล่าวด้วยว่า แล้วได้ช่วยเรี่ยไรจากชาวบ้านเขาคูบา 1 และ เขาคูบา 2 มีน้ำใจ บริจาคเงินช่วยเหลือกัน คนละ 100-200 บาท เป็นจำนวนเงินทั้งหมด 30,000 บาท ยังมีนายประสิทธิ์ช่วยอีกต่างหาก 5,000 บาท ตนรู้สึกพอใจมากที่ชาวบ้านได้ช่วยเหลือกัน ส่วนศพจะเผาวันนี้ เอาไว้แค่ 1 คืน เนื่องจากติดวันพระ


