กองปราบ รวบคาสนามบินดอนเมือง นักธุรกิจหนุ่ม ฆาตกรรมลูกจ้าง เปิดปากสารภาพปมลงมือเหี้ยม รับอยู่ในอาการมึนเมาด้วย เผย สาเหตุบินเข้าไทย
วันที่ 6 ก.พ.2567 รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลา 22.00 น.ของวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ตำรวจกองปราบ กองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม ชุดปฏิบัติการตรัง-สตูล ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ด่าน ตม.ท่าอากาศยานกรุงเทพ บก.ตม.2
ตรวจสอบ นักธุรกิจหนุ่ม อายุ 31 ปี ชาวมาเลยเซีย เชื้อสายจีน บริเวณอาคารผู้โดยสารขาเข้า ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง ซึ่งเดินทางโดยเครื่องบินมาจากประเทศมาเลเซีย
รายงานข่าวแจ้งว่า ได้รับการร้องขอจากหน่วยประสานงานชายแดนไทย-มาเลยเซียให้ตรวจสอบชายคนดังกล่าวที่กำลังเดินทางด้วยเครื่องบิน เที่ยวบินที่ FD511 จากท่าอากาศยานนานาชาติเซไน รัฐยะโฮร์บาห์รู ประเทศมาเลเซีย ถึงสนามบินดอนเมือง เวลาประมาณ 16.45 น.ของวันเดียวกัน
เนื่องจากเป็นผู้ต้องสงสัยที่ร่วมก่อเหตุฆาตกรรมลูกจ้างชาวมาเลเซีย เชื้อสายจีน อายุ 24 ปี เหตุเกิดที่ร้าน Route66 Club รัฐยะโฮร์บาห์รู ประเทศมาเลเซีย ซึ่งผู้ต้องสงสัยเป็นเจ้าของ ขอให้ทางการไทยช่วยตรวจสอบ
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบผู้ต้องสงสัยปรากฏตัวอยู่บริเวณอาคารผู้โดยสารขาเข้า ท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง ตำรวจจึงเข้าไปแสดงตัวเพื่อขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง พบเป็นคนเดียวกันกับที่ทางการมาเลเซียประสานมา ซึ่งผู้ต้องสงสัยสามารถสื่อสารภาษาไทยได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมีภรรยาเป็นคนไทยอยู่ที่ จ.บุรีรัมย์
โดยยอมรับว่า ร่วมกันทำร้ายร่างกายลูกจ้างชาวมาเลเซีย เชื้อสายจีน เสียชีวิตจริง สาเหตุมาจากลูกจ้างรายนี้ได้ยักยอกเงินของทางร้าน เป็นจำนวนเงิน 4 หมื่นริงกิต หรือประมาณ 3 แสนบาท เพื่อเอาไปเล่นพนันออนไลน์
ผู้ต้องสงสัย กล่าวว่า เงินที่ร้านหายไปประมาณ 3 หมื่นริงกิต ได้ใช้ให้คนของตนออกตามหาลูกจ้างทันที พบว่ากำลังเล่นพนันออนไลน์อยู่ในบ่อนคาสิโนแห่งหนึ่ง จึงได้พาตัวมาสอบเค้นถึงเรื่องเงินที่หายไป
โดยมีชายฉกรรจ์อีก 3 คน ซึ่งเป็นการ์ดของทางร้าน ลงมือทุบตีลูกจ้างรายนี้เป็นระยะ และตนได้ใช้ขวดตีเข้าที่ศีรษะทำให้ลูกจ้างหมดสติไป ต่อหน้าพยานที่เห็นเหตุการณ์ 7 คน
ยอมรับว่า ขณะก่อเหตุตนอยู่ในอาการมึนเมา และมาทราบภายหลังว่า ลูกจ้างได้เสียชีวิตลงแล้ว จึงตัดสินใจเดินทางหลบหนีมายังประเทศไทย เพื่อจะไปหาภรรยาที่ จ.บุรีรัมย์ เนื่องจากกลัวความผิด
ตำรวจจึงเชิญตัวไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สน.ดอนเมือง และประสานตำรวจมาเลเซีย รับตัวกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศมาเลเซียทันที ซึ่งชายคนดังกล่าวเข้าใจถึงเหตุผลและสถานการณ์เป็นอย่างดี และประสงค์จะกลับไปต่อสู้คดีด้วยความสมัครใจ

