นักกฎหมาย เสนอ ปรับสถานพินิจ คืนคนดีสู่สังคม แก้ปัญหาเด็กทำความผิดร้ายแรง เผย บ้านกาญจนาภิเษก ทำงานมา 20 ปี พิสูจน์ให้เห็นว่าไม่มีใครเกิดมาเป็นอาชญากร

วันที่ 6 ก.พ.2567 นายสุรพงษ์ กองจันทึก อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชน สภาทนายความ เรียกร้องให้ปรับกระบวนการในสถานพินิจ มาใช้กระบวนการตามบ้านกาญจนาภิเษก ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาเด็กที่เคยพลาดกลายเป็นคนดีของสังคม ไม่ใช่การแก้กฎหมายเพิ่มการลงโทษเด็กและเคอร์ฟิวเด็ก

จากกรณีปลายปี 2566 มีกรณีเด็กอายุ 14 ปีก่อเหตุยิงไล่ยิงคนในห้างพารากอนกลางกรุงเทพมหานคร และในต้นปี 2567 ก็มีเด็กอายุ 13, 14 และ 16 ปี รวม 5 คนร่วมกันฆาตกรรมป้าบัวผัน ที่ จ.สระแก้ว และตำรวจพยายามให้สามีป้าบัวผันเป็นแพะรับว่าเป็นผู้ฆ่า ทำให้เกิดคำถามถึงการกระทำความผิดร้ายแรงของเด็กที่มีมากขึ้น และต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

สุรพงษ์ กองจันทึก

นายสุรพงษ์กล่าวว่า ในทางกฎหมายมีมาตรการรองรับเด็กที่กระทำความผิดอาญา โดยมุ่งหมายให้เด็กปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการกระทำความผิดและแก้ไขกลับเป็นคนดีคืนสู่สังคม ซึ่งแบ่งมาตรการตามช่วงอายุคือ เด็กอายุไม่เกิน 12 ปี ไม่ต้องรับโทษ หากอายุ 12-15 ปี ถ้ากระทำความผิดก็ไม่ต้องรับโทษ

แต่ศาลมีอำนาจสั่งมาตรการพิเศษ ให้เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติจนถึงอายุ 18 ปี ส่วนเด็กอายุ 15-18 ปี ถ้ากระทำความผิด ศาลจะสั่งลงโทษหรือไม่ก็ได้ หากลงโทษก็ให้ลดโทษลงกึ่งหนึ่ง แต่หากไม่ลงโทษ ก็ให้เข้าสู่มาตรการฟื้นฟู โดยส่งไปคุมประพฤติที่สถานพินิจเด็กและเยาวชนจนถึงอายุ 24 ปี

พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์ศรีนิล อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน กล่าวว่า เมื่อศาลสั่งให้เด็กที่ก่อเหตุคดีอาญาร้ายแรงเข้าสู่สถานพินิจเด็กและเยาวชน ก็จะเข้าสู่กระบวนการฝึกอบรมและโปรแกรมบำบัดฟื้นฟูทางด้านจิตใจ ฝึกฝนอาชีพ และให้การศึกษา เพื่อให้กลับตัวเป็นคนดี

นายสุรพงษ์กล่าวว่า แม้จะวางหลักการและกระบวนการฟื้นฟูพัฒนาเด็กในสถานพินิจฯไว้อย่างดีเพียงใด แต่ในการปฏิบัติจริงดูจะไม่เป็นไปตามหลักการนั้น เมื่อพบกันว่าสถานพินิจฯทั้งหลายก็ไม่ต่างจากเรือนจำหรือคุกเท่าใดนัก ที่ถูกกักขังไว้ในสถานที่มีรั้วสูงกันหนี ขาดเสรีภาพในด้านต่างๆ

เมื่อออกมาจากการรับโทษหรือการรับการฟื้นฟูของสถานพินิจฯ ก็ไม่มีหลักประกันแต่อย่างใดว่าเป็นคนดีที่กลับคืนสู่สังคม ทั้งพบว่าเมื่อออกมามีผู้กระทำความผิดซ้ำจำนวนมาก

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ยืนยันการเพิ่มขึ้นอย่างมากของเด็กที่กระทำความผิดร้ายแรงโดยในกลุ่มคดีอุกฉกรรจ์ พบ เด็กอายุ 10-18 ปี กระทำความผิดเพิ่มขึ้น จากปี 2563 ที่มี 5 ราย เป็น 77 ราย ในปี 2564 ในปี 2565 จำนวน 484 ราย และ 1,045 ราย ในปี 2566

ส่วนกลุ่มคดีเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย ก็พบ เด็กอายุ 10-18 ปี กระทำความผิดเพิ่มขึ้น จากปี 2563 ที่มี 8 ราย เป็น 45 รายในปี 2564, ในปี 2565 จำนวน 1,040 ราย และ 1,711 ราย ในปี 2566 ที่ผ่านมา

โดยทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติอธิบายเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่ในปี 2563 พบเด็กกระทำความผิดน้อย เนื่องจากช่วงนั้นเป็นช่วงระบาดของโรคโควิด มีมาตรการเคอร์ฟิวไม่ให้คนออกจากบ้านช่วงกลางคืน ผู้คนถูกบังคับให้อยู่กับบ้าน

ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาที่มีเด็กกระทำความผิดเพิ่มขึ้นมากในปัจจุบัน จึงควรแก้ไขกฎหมายเพิ่มอายุเด็กในการลงโทษ ทั้งให้เด็กได้รับการลงโทษเช่นเดียวกับผู้ใหญ่เนื่องจากมีพฤติกรรมร้ายแรงไม่ต่างกัน ตลอดจนการเคอร์ฟิวเด็กในช่วงกลางคืน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการมั่วสุมมากระทำความผิด

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ในส่วนของการแก้ไขกฎหมายให้เด็กที่กระทำความผิดกฎหมายอาญาต้องได้รับโทษ เพิ่งมีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เมื่อปี 2565 โดยปรับเพิ่มอายุเด็กขั้นต่ำที่อาจรับโทษในความผิดทางอาญาจาก เด็กอายุ 10 ปี เป็น 12 ปี

แต่จากข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า ในปี 2565 และ 2566 ที่มีการแก้ไขกฎหมายเรื่องอายุแล้ว กลับมีเด็กกระทำความผิดมากยิ่งขึ้น การแก้ไขกฎหมายไม่ได้ส่งผลถึงการป้องกันที่ทำให้เด็กทั้งผู้ปกครองเกรงกลัวและระวังการกระทำความผิดแต่อย่างใด

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน บ้านกาญจนาภิเษก ทำงานกับเด็กและครอบครัวเป็นเวลา 20 ปี พิสูจน์ให้เห็นว่า ไม่มีใครเกิดมาเพื่อเป็นอาชญากร และเด็กเหล่านี้ไม่ใช่เพียงผู้กระทำ แต่เป็นเหยื่อของสังคม

หน้าที่ของสถานพินิจฯคือ แสวงหาความเป็นธรรมให้พวกเขา ดูแล แก้ไข ฟื้นฟูด้วยความรัก ให้การศึกษาเหมือนเด็กทั่วๆไป บ้านกาญจนาภิเษกไม่มีรั้ว ให้เสรีภาพแก่เด็ก รับฟังเด็กอย่างเป็นส่วนหนึ่งของสมาชิกในบ้าน มีกิจกรรมที่ให้ความเคารพต่อสิทธิมนุษยชนของเด็กทุกคน จนประสบความสำเร็จในการฟื้นฟูเด็ก เป็นที่ยอมรับของสังคม

นายสุรพงษ์ เรียกร้องว่า การแก้ไขปัญหาเด็กกระทำความรุนแรงทางอาญาร้ายแรง จึงไม่ใช่การกระทำต่อเด็กอย่างที่เด็กเป็นอาชญากร ที่เป็นการตีตราว่าเด็กเป็นคนไม่ดี ซึ่งจะเป็นตราบาปติดตัวเด็กตลอดไป อันสร้างปัญหาต่อไม่มีที่สิ้นสุด

แต่เป็นการเห็นความเป็นมนุษย์ในเด็กทุกคน ใช้ความรัก แก้ไขร่วมกันทุกฝ่าย เพื่อดึงความเป็นมนุษย์ในเด็กทุกคนกลับมา การเปลี่ยนวิธีคิดและการกระทำต่อเด็กในกระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องสำคัญ บ้านกาญจนาภิเษกได้ทำเป็นตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จมากแล้ว จำเป็นที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องต่อยอดในเรื่องนี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน