ประจวบคีรีขันธ์ เจ้ก้อยโซ้ยแหลก คนดังโซเซียล แจ้งอยากได้ความเป็นธรรม เชื่อคนได้ที่1 เป็นคนของคนจัดงาน ด้านทม.แจงดราม่า แข่งขันมีกติกาชัดเจน สุดงง เกิดประเด็นโลกออนลไน์
28 ก.พ. 67 – กลายเป็นประเด็นดราม่าในโลกออนไลน์ขึ้นมาทันที หลังสาวคนดัง จากช่อง TikTok “เจ้ก้อยโซ้ยแหลก” หรือคุณก้อย ได้โพสต์คลิปแข่งกินเร็วผ่านทางช่องทางออนไลน์ พร้อมเขียนข้อความว่า กินหมดคนแรก! น้องตั้งใจกินมาก! เสียดายน้องไม่เก่งเรื่องลีลา ??

พร้อมกับคำอธิบายว่า “กินเร็วสุดยังไงก่อน แต่ไม่ชนะค่ะ” ในคลิปเป็นภาพเหตุการณ์ช่วงของการแข่งขัน และตอนที่ประกาศรางวัล มีเสียงพิธีกรพูดว่า “น่าเสียดายนิดนึงน้องตั้งใจกินมาก เพราะว่าน้องไม่เก่งเรื่องลีลา”
สำหรับการแข่งขันกินเร็วอาหารญี่ปุ่นดังกล่าว เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของในงาน รำลึกสู้ศึก ที่จัดขึ้นที่บริเวณถนนสายวัฒนธรรมชุมชนหัวบ้าน อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งคลิปดังกล่าวได้มี คนเข้ามาแสดงความคิดเห็น และวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหลากหลาย
นอกจากนั้น ทาง คุณก้อย ยังได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว มีข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า “วันนี้ทาง ผอ.ผู้จัดมีการโทรมาคุยนะคะ แต่ไม่ได้ทำให้รู้สึกดีเลยค่ะ บอกว่าแข่งเอาความสนุกไม่ได้ซีเรียสขนาดนี้ ทำไมเราต้องทำลายชื่อเสียงขององค์กร ? และมีการต่อว่า ว่าจะฟ้องร้องที่เราลงคลิปการแข่งขันทั้งหมดด้วย ทุกคนคิดว่าไงคะ ???”

ด้าน คุณก้อย หรือ นางสาวจงจิตร อยู่ไพร ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ตอนสมัครมีกติการะบุว่า ความเร็วในการกินอาหารญี่ปุ่น 70 คะแนน ลีลาการกินอาหารญี่ปุ่น 30 คะแนน จึงสมัครไป ประกอบกับตนเองตระเวนแข่งขันไปทั่วเกือบทุกจังหวัด เพื่อนำประวัติมาเป็นโปรไฟล์ให้ตัวเอง และตั้งใจถ่ายคลิปขณะแข่งขันลงช่องตัวเองด้วย ซึ่งในวันแข่งขันมีผู้เข้าแข่ง 13 คน
ทั้งนี้ตลอดการแข่งขัน มีการประกาศว่า แข่งกินเร็วและอย่าลืมลีลาด้วย ซึ่งช่วงแรกตนมีโยกๆ ไปด้วย แต่พอใกล้หมดทำให้รีบกินอย่างเร็ว และกินหมดเป็นคนแรก ในเวลา 4 นาที พิธีกรบนเวทีก็ประกาศว่าตนเป็นผู้ชนะ แต่สุดท้ายรางวัลที่ 1 กลับไปตกอยู่ที่คนได้อันดับ 2 ซึ่งกินหมดในเวลา 10 นาที เพราะระบุว่า ตนไม่เก่งเรื่องลีลา ยอมรับว่า รู้สึกมึนงงสงสัย แต่ไม่ได้ทักท้วงอะไร กระทั่งเอาคลิปมาลงช่องออนไลน์
ตนไม่ได้คาดหวังเรื่องเงินรางวัล เพราะค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เข้าพัก ฯลฯ มากกว่าเงินรางวัล แต่แค่ต้องการโปรไฟล์ว่า ผ่านสนามไหนมาบ้าง ซึ่งที่ผ่านมาลงสนามแข่งขันมาแล้วอย่างโชกโชนกว่า 200 สนามแข่งขัน ตั้งแต่สนามเล็ก จนถึงระดับประเทศ อีกทั้งต้องการช่วยโปรโมตการท่องเที่ยวในจังหวัดนั้นๆ ด้วย
นอกจากนั้น ในประเด็นที่สงสัย และทำให้เชื่อได้ว่า คนที่ส้มหล่น ได้ที่ 1 แทนตน เชื่อว่าเป็นคนของคนจัดงาน เพราะตนเห็นคนดังกล่าวมาที่งานตั้งแต่ยังไม่เริ่มงานเลย ใส่ชุดยูคาตะ เหมือนกับเจ้าหน้าที่ที่จัดงานเลย อีกทั้งยังช่วยจัดของ ยกนู้นนี่ด้วย
การแข่งขันกินเร็ว ควรกินเร็ว แต่พอต้องมีลีลาประกอบ อาจเสี่ยงติดคอได้ ขณะที่สัดส่วน 70 ต่อ 30 ควรให้ความสำคัญที่การกินเร็ว เพราะแข่งกินเร็วตามชื่อกิจกรรม สำหรับเรื่องนี้ท้ายสุด ตนเองอยากได้รับคำชี้แจงที่ชัดเจน และการขอโทษ ตนอยากได้รับความเป็นธรรม

ทางด้าน นางวรรณา ศรีจุฬางกูล รองนายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ ให้สัมภาษณ์ชี้แจงต่อกรณีดราม่าว่า สำหรับการจัดงาน “รำลึกสู้ศึก” จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แต่กิจกรรมแข่งขันกินเร็วอาหารญี่ปุ่น จัดเป็นปีแรก เพื่อต้องการสร้างสีสันและความสนุกภายในงาน เพื่อให้ผู้ร่วมงานสนใจ การแข่งขันมีการประกาศกฎกติกาไว้กับใบสมัครและผู้ร่วมแข่งขันต้องอ่านทำความเข้าใจทุกคนก่อนแข่งขัน แบ่งเป็น ความเร็วในการกินอาหารญี่ปุ่น 70 คะแนน ลีลาการกินอาหารญี่ปุ่น 30 คะแนน
โดยมีคณะกรรมการ เป็นระดับหัวหน้าส่วนราชการ ที่มิได้สังกัดเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ เป็นผู้ตัดสิน สำหรับการแข่งขัน มีเงินรางวัล อันดับ 1 จะได้เงินรางวัล 1,500 บาท อันดับ 2 ได้ 1,000 บาท และอันดับ 3 ได้ 500 บาทตามลำดับ
“ตนมองว่าการแข่งขันได้มีการชี้แจงทุกอย่างตามขั้นตอน ประกอบกับ หากผู้แข่งขันรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เหตุใดจึงไม่ทักท้วงตั้งแต่หลังจบการแข่งขัน หรือหลังการประกาศรางวัล กระทั่งล่วงเลยมาหลายวัน จึงปรากฏเป็นข่าวดราม่าในโลกออนไลน์

สำหรับประเด็นเรื่องการฟ้องร้องนั้น คงไม่มีการฟ้องร้องแต่อย่างใด เป็นเพียงคำพูดของเจ้าหน้าที่ที่สอบถามไปเท่านั้น ทั้งนี้ผู้บริหารเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ พร้อมเคลียร์ใจกับ เจ้ก้อยโซ้ยแหลก คนดังโซเซียล และยินดีที่เชิญมาเป็นแขกรับเชิญโชว์การกินเร็วในการจัดงาน ปี 2568 อีกด้วย” รองนายกเทศมนตรี กล่าว
มีรายงานเพิ่มเติมว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการไม่ชัดเจนในเงื่อนไข และรายละเอียดการแข่งขันซึ่งเป็นระบบเปิดไม่ใช่จัดขึ้นเฉพาะชุมชน ประกอบกับการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน ของเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ ที่ไม่มีอำนาจตัดสินใจ ซึ่งการแข่งขันดังกล่าว เงินรางวัลจำนวนไม่มาก แต่เป็นเพราะผลการแข่งขันที่อาจจะค้านสายตา จึงเป็นต้นเหตุของดราม่าสนั่นโลกออนไลน์นั่นเอง