สั่งสอบ ‘จ่าแซม’ เมาป่วนโวยลั่นร้านอาหารทุกวัน เร่งตรวจประวัติป่วยจิตเวช ย้ำชัดเป็นอันตรายต่อสังคมชัดเจน

วันที่ 24 เม.ย. 67 พ.ต.อ.ณชรต แก้วเพชร ผกก. สภ.บ้านเป็ด จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ น.ส.สุนิตรา อุไกรษา อายุ 50 ปี เจ้าของร้านครัวคุณเก่งและร้านเล่าหมูกระทะ ร้องเรียนให้ตรวจสอบพฤติกรรมของ จ่าแซม หรือ ส.ต.อ.ธนาธิป เนื่องจากมีพฤติกรรมระรานทางร้านและลูกค้าของร้านมาหลายครั้ง จนลูกค้าไม่กล้าเข้ามาใช้บริการในร้าน

กรณีจ่าแซมนั้น ได้รับทราบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียบร้อยแล้ว ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวนั้น ยอมรับว่าข้าราชการไม่ควรประพฤติเช่นนั้น เพราะมันไม่เหมะสม ซึ่งจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการเอาผิดทางวินัยกับจ่าแซมต่อไป ในกรณีที่ว่าจ่าแซมป่วยจิตเวชและได้รับการรักษามาแล้วนั้น ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน

เพราะต้องเรียกพ่อแม่จ่าแซมมาสอบสวนก่อนว่า จ่าแซมป่วยจิตเวชหรือไม่ ถ้าป่วยจริงก็มีการพิจารณาต่อไปว่าควรจะรับราชการต่อหรือต้องส่งตัวไปรักษา ขณะนี้ในลำดับบังคับบัญชานั้นไม่เข้าข้างหรือไม่มีการดึงเรื่อง ข้าราชการประพฤติไม่เหมาะสม หรือทำผิดก็ควรจะถูกพิจารณาโทษเช่นกัน

ผกก.สภ.บ้านเป็ด กล่าวต่อว่า การป่วยจิตเวชนั้น ต้องมีผลตรวจจากแพทย์ยืนยันประกอบการพิจารณา ซึ่งที่ผ่านมาทราบว่ามีการไปตรวจที่ รพ.ธัญญรักษ์ รับยามากิน แต่กินหรือไม่กินตามหมอสั่งหรือไม่ เราก็ไม่ทราบเพราะเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล โดยในส่วนของจ่าแซมนั้น ทราบว่าไปที่โรงพยาบาลธัญรักษ์เมื่อ 2 เดือนก่อน

ส่วนพฤติกรรมที่เกิดขึ้น สร้างความเดือดร้อนรำคาญกับประชาชนนั้น ผู้บังคับบัญชาก็ได้สังเกตเห็นอาการและมีการบอกเล่าจากเพื่อนร่วมงานและบุคคลอื่น ๆ ที่ได้รับความเดือดร้อน จึงแนะนำให้จ่าแซมไปพบแพทย์เพื่อตรวจและรับการรักษา และได้แจ้งให้ พ่อแม่ของจ่าแซมทราบแล้วเช่นกัน

ในส่วนการสร้างปัญหากับประชาชนนั้น ตามข้อมูลที่รับรายงานมา ทราบว่าจ่าแซมจะเข้าไปในร้านอาหารด้วยอาการปกติ เหมือนเช่นลูกค้าทั่วไป แต่พอดื่มสุราเข้าไปก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ โดยเมื่อทางร้านทราบพฤติกรรมก็มีการป้องกันตัวเองไม่จำหน่ายสุราให้ และผู้บังคับบัญชาได้เรียกตัวมาตักเตือนแล้ว

พร้อมให้ไปปฏิบัติหน้าที่ช่วยพนักงานสอบสวน ซึ่งเจ้าตัวก็รับทราบและเข้าใจแล้ว ส่วนร้านอาหารก็ไม่เข้าไปอีก แต่ก็ยังมีเวลาที่จ่าแซมเมาก็จะแอบเข้าไป ซึ่งในภาพรวมถือว่าเป็นอันตรายต่อสังคม ซึ่งจะต้องเรียกพ่อแม่จ่าแซมมาพบอีกครั้ง

ในส่วนของการทำงานที่ช่วยพนักงานสอบสวนนั้น ไม่ต้องพกพาอาวุธปืน เพราะลักษณะงานที่ได้รับมอบหมายไม่ต้องใช้ปืน ส่วนปัญหากับเพื่อนร่วมงานนั้น ไม่ปรากฏว่ามีในลักษณะที่มีเรื่องมีราวกัน ในส่วนของผู้เสียหายนั้นได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับจ่าแซมแล้ว

ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวน ทำการตรวจสอบหากพบมีการกระทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดีตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ หากเป็นความผิดทางวินัยด้วยก็จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบดำเนินการตามระเบียบขั้นตอนต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน