เชียงใหม่ ร้อนจัด-ฝุ่นควันพิษปกคลุมหนาทึบ ไฟไหม้ป่าดอยนางโหมรุนแรง 4 วันติด ลามไม่หยุด เร่งปิดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ไม่มีกำหนด ป้องลักลอบบุกรุกเผาป่าล่าสัตว์

26 เม.ย. 67 – ผู้สื่อรายงานว่า ช่วงกลางดึกของคืน 25 เม.ย. 67 ที่ผ่านมา ได้เกิดไฟป่าอย่างรุนแรงบริเวณบนดอยนาง อ.เชียงดาว อย่างรุนแรง ทางเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังกันเข้าสกัดในช่วงกลางคืน จนถึงในข่วงเช้า และทางเจ้าหน้าที่ได้ใช้ เฮลิคอปเตอร์ บินขึ้นสำรวจความเสียหายอีกครั้ง รวมทั้งสำรวจ การบุกรุกพื้นที่ป่าบริเวณดอยนาง ดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ได้มีกระแสข่าวเพื่อจะปิดเขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเชียงดาวไม่มีกำหนด โดยนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้โพสต์ขึ้นเพจของตัวเอง โดยใช้ชื่อว่า นายอรรถพล เจริญชันษา โพสต์ระบุว่า

“เตรียมปิดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาวไม่มีกำหนด จนกว่าจะแก้ไขปัญหาลักลอบเผาป่า บุกรุก ล่าสัตว์ และจัดระเบียบที่พักและโฮมสเตย์ได้ เนื่องจากมีการลักลอบเผาป่าทำให้พื้นที่ป่าถูกไฟป่าทำลายเสียหายมากเสี่ยงต่อการสูญเสียระบบนิเวศพื้นที่สงวนชีวมณทลรวมถึงพรรณไม้มีค่าหายาก”

รายงานข่าวแจ้งว่า ส่วนของเชียงใหม่ ค่าฝุ่นพิษ PM 2.5 ยังเพียบต่อเนื่อง! ควันพิษเชียงใหม่ยังอาการน่าเป็นห่วง เหตุไฟป่าลามไม่หยุด โดยเฉพาะที่เชียงดาวไหม้ข้ามวันข้ามคืนย่างเข้าวันที่ 4 แล้ว จนจุดความร้อนครองอันดับ 1 ภาคเหนือ ขณะที่ค่ามลพิษอากาศพุ่งเกินมาตรฐานต่อเนื่อง ยึดแถวหน้าเมืองหลักคุณภาพอากาศเลวร้ายที่สุดในโลก

สถานการณ์ปัญหาฝุ่นควันไฟป่าและคุณภาพอากาศของจังหวัดเชียงใหม่ยังคงน่าเป็นห่วง โดยพบไฟไหม้ป่าเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายจุดทั่วพื้นที่ โดยเฉพาะที่ดอยนาง อำเภอเชียงดาว แม้เจ้าหน้าที่จะพยายามระดมกำลังเข้าทำการดับแล้ว เช่นเดียวกับค่ามลพิษอากาศที่สูงเกินค่ามาตรฐานอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ

ทั้งนี้พบว่า สภาพตัวเมืองเชียงใหม่นั้น นอกจากอากาศที่ร้อนจัดแล้ว ยังถูกปกคลุมด้วยฝุ่นควันค่อนข้างหนาทึบ และหลายจุดสามารถรับรู้ได้ถึงกลิ่นควันไฟจากการเผาไหม้ที่โชยมาตามลมด้วย

โดยข้อมูลจากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(GISDA)ระบุว่าในรอบ 24 ชั่วโมงของวันที่ 25 เม.ย.67 พบจุดความร้อน(Hotspot) ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ รวมทั้งสิ้น 247 จุด อยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ 34 จุด ซึ่งมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ส่วนอันดับ 2 ได้แก่ เพชรบูรณ์ 31 จุด,อันดับ 3 น่าน 28 จุด,อันดับ 4 แพร่ 25 จุด และอันดับ 5 แม่ฮ่องสอน 20 จุด

ขณะเดียวกันศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) จังหวัดเชียงใหม่ รายงานจุดความร้อนรอบเช้า ประจำวันที่ 26 เม.ย. 67 ว่าพบจุดความร้อนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 37 จุด มากที่สุดในพื้นที่อำเภอเชียงดาว 8 จุด รองลงไป ได้แก่ แม่แจ่ม 6 จุด,แม่แตง 5 จุด,แม่ออน 4 จุด,แม่วาง 3 จุด,จอมทอง 3 จุด,พร้าว 2 จุด,กัลยาณิวัฒนา 2 จุด,ฝาง 1 จุด และแม่ริม 1 จุด

ส่วนรายงานผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากสถานีของกรมควบคุมมลพิษที่ติดตั้งอยู่ ในตำบลช้างเผือก, ตำบลศรีภูมิ,ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่, ตำบลช่างเคิ่ง อำเภอแม่แจ่ม, ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว และตำบลหางดง อำเภอฮอด พบค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 เฉลี่ยในรอบ 24 ชั่วโมง ณ เวลา 09.00 น. วันนี้ อยู่ที่ 94.2 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, 77.2 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร,61.8 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, 49.1 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร, 55.4 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร และ 43.6 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ตามลำดับ จากค่ามาตรฐานไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ส่วนค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) อยู่ที่ 220,203,165,131,148 และ 117 ตามลำดับ จากค่ามาตรฐานไม่เกิน 100 ทั้งนี้ภาพรวมคุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

ขณะที่เว็บไซต์ Iqair.com ซึ่งรายงานคุณภาพอากาศจากทั่วโลก แจ้งผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศและการจัดอันดับเมืองที่มีมลพิษทั่วโลก เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ พบว่าจังหวัดเชียงใหม่มีดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 179 US AQI และค่า PM 2.5 วัดค่าได้ 110 ไมโครกรัม/ลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินค่ามาตรฐาน และอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อทุกคน

โดยผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศดังกล่าวอยู่ในอันดับที่ 4 ของเมืองหลักที่มีมลพิษอากาศสูงสุดของโลก ขณะที่อันดับ 1 ได้แก่ กาฐมาณฑุประเทศเนปาล ดัชนีคุณภาพอากาศ 194 US AQI ,อันดับ 2 ลาฮอร์ ประเทศปากีสถาน 194 US AQI และอันดับ 3 เดลี ประเทศอินเดีย 190 US AQI.

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน