ขอนแก่น รถยนต์เก๋งขับรถย้อนศร พุ่งชนรถจักรยานยนต์ ล้มคว่ำ2คัน สองวัยรุ่นเคราะห์ร้ายบาดเจ็บสาหัส 1รายสมองร้าว ยังลอยนวล-ไม่รับผิดชอบ ผ่านสองสัปดาห์ไร้เบาะแส วอนตร.ช่วยติดตามที

6 พ.ค. 67 – ภาพจากกล้องหน้ารถยนต์ สามารถบันทึกวินาทีที่รถยนต์เก๋งสีขาว ได้ขับรถย้อนศร บริเวณจุดกลับรถหน้าหมู่บ้านสีวลี ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น

จากนั้นรถจักรยานยนต์ที่ขับมาบนทางตรงถูกเฉี่ยวชนจนล้มจำนวน 2 คัน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จากนั้นรถยนต์คันดังกล่าว พยายามจะเข้าไปยังหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่ง ที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ แต่ทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่ให้เข้าภายในหมู่บ้าน จึงเข้าไปอีกหมู่บ้านที่อยู่ติดกัน โดยแลกบัตรขับรถหายเข้าไป จากอุบัติเหตุในครั้งนี้ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน คือ นายเอ อายุ 15 ปี และนายบี อายุ 16 ปี โดยเหตุการณืดังกล่าวเกิดขึ้น เมื่อ 23 เม.ย.67 ที่ผ่านมา

นางรัศมี ชิตทอง อายุ 46 ปี น้าสาวนายเอ กล่าวว่า ตอนนี้อาการของหลานชายดีขึ้น ออกมารักษาตัวต่อที่บ้านแล้ว ซึ่งมีแผลถลอกทั่วร่างกาย ฟันหน้าหัก 1 ซี่ ปากฉีก ด้านซ้ายเย็บ 5 เข็ม หัวเข่าไม่สามารถลงน้ำหนักได้เยอะ

ส่วนเพื่อนที่ขับรถจักรยานยนต์กลับพร้อมกันนั้น เท่าที่พูดคุยกับทางครอบครัวทราบว่า กระดูกต้นขาหัก สมองร้าว เลือดออกดวงตาขวา หางคิ้วแตกเย็บ 4 เข็ม หมอเพิ่งอนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาลมารักษาตัวต่อที่บ้านได้ 2 วัน

เมื่อได้กล้องวงจรปิดมาเพิ่ม เห็นรถเก๋งคันนี้ทั้งตอนชน และตอนกลับไปติดอยู่ตรงยูเทิร์นที่เกิดเหตุกว่า 2 นาที กว่าจะได้ยูเทิร์นเข้าเมือง และเมื่อผ่านรถกู้ชีพที่ให้การช่วยเหลือคนเจ็บตรงนั้นถึง 2 คน แต่ก็ยังใจดำ ไม่รู้สึกรู้สา ขับไปอย่างหน้าตาเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ตอนนี้เบาะแสยังไม่สามารถรู้ได้ว่า เป็นใคร ผ่านไป 2 สัปดาห์แล้ว หากเป็นคนมีเงินหน่อยก็กลัวว่ารถคันนี้จะไปเข้าอู่ทำสีใหม่ โดยไม่ผ่านประกัน ไม่ให้ใครรู้ว่ามีเหตุแบบนี้เกิดขึ้น เท่าที่ดูคาดว่าจะเป็นรถยี่ห้อนิสสัน แต่ก็มีคนแย้งว่าเป็นมาสด้าหรือไม่ แต่ส่วนใหญ่บ้านว่าเป็นนิสสัน

ส่วนทะเบียนไม่เห็นเลย หากขับเข้าไปอีกนิดก็จะเห็นทะเบียน เหมือนคนขับรู้ ทำให้ไม่ไปถึงจุดที่มีกล้องส่องทะเบียน แล้วกลับรถออกไปเลย ในส่วนที่มีคนลงรถเข้าไปในหมู่บ้านนั้น หากเป็นลูกบ้านก็จะต้องมีคีย์การ์ดแล้วประตูเปิดอัตโนมัติ แต่เข้าทางอีกประตูเป็นช่องทางติดต่อขอเข้ากับ รปภ.เพื่อแลกบัตรกับยาม แต่ใช้วิธีเดินเข้าไปในหมู่บ้านฝั่งประตูทางออกที่ไม่มีกล้องจับภาพเอาไว้ แล้วเข้าไปในซอย 6 ของหมู่บ้านแห่งนี้ และทางหมู่บ้านก็พยายามดูกล้องช่วย แต่ก็ไปสิ้นสุดเพียงกลางซอย แต่ไม่ทราบว่า บ้านหลังไหน

นางนิภาวรรณ สมัครการ อายุ 32 ปี พี่สาว ของนายเอ บอกว่า หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นกับน้องชาย ได้ไปขอดูกล้องของหมู่บ้านต่างๆ กระทั่งมาได้ภาพจากกล้องวงจรปิดของหมู่บ้านจัดสรรโครงการหนึ่ง เห็นตอนชนและย้อนศรขึ้นมาแล้วเข้าหมู่บ้านจัดสรรที่มีกล้อง แต่เข้าไปไม่ได้เพราะไม่ใช่ลูกบ้าน ก่อนจะออกมาแล้วย้อนศรขึ้นไปอีก แล้วเลี้ยวเข้าไปที่หมู่บ้านข้างกัน แล้วเข้าไปคุยตรงป้อมยาม แต่ไม่ใช่ลูกบ้าน

ซึ่งจะใช้วิธีเข้าแบบช่องทางติดต่อแลกบัตร แต่ไม่ยอมแลกบัตร รปภ.จึงไม่ให้เข้า คนขับเก๋งจึงขับถอยไปหน้าทาง เข้าหมู่บ้านเพื่อที่จะส่งลูกบ้านของหมู่บ้านนี้ลง ซึ่งในคลิปเห็นมีคนลงจากรถน่าจะ 3 คน ก่อนจะเดินเข้าไปในหมู่บ้าน น่าจะ 1 หรือ 2 คน ส่วนคนขับก็ขึ้นรถแล้วขับกลับไปทางที่เกิดเหตุ รอที่จะยูเทิร์นกลับเข้าเมือง ซึ่งจะต้องเห็นเหตุการณ์ที่กู้ชีพกู้ภัยกำลังช่วยเหลือน้องอยู่ตรงจุดเกิดเหตุ แต่คนขับรถเก๋งสีขาวใจดำมาก ขับกลับยูเทิร์นผ่านเข้าเมืองไปแบบไม่สนใจ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ซึ่งหลังจากยูเทิร์นไปได้ก็หลบหนีไปทันที ทำให้ตอนนี้ตนเองและครอบครัวตามภาพจากกล้องวงจรปิดเองมาได้เพียงเท่านี้ และยังไม่มีเบาะแสอะไรเพิ่มเติม ซึ่งยังต้องรอทางเจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามตัวคนขับรถเก๋งมารับผิดชอบคนเจ็บและซ่อมรถ

อยากขอความช่วยเหลือ ฝากพลเมืองดีช่วยแจ้งเบาะแส และหากเพื่อนๆ ของคนขับเก๋งหรือใครที่รู้จักก็อยากให้บอกให้มารับผิดชอบกับเด็กที่ถูกชน และรถจักรยานยนต์ของเด็กๆ

อีกทั้งใกล้เปิดเทอมแล้วก็ยังต้องรักษาตัวอีกยาว อยากให้มารับผิดชอบในส่วนที่ได้ทำผิด เพราะเราก็ไม่ได้ต้องการเรียกร้องอะไรมากมายขนาดนั้น อยากให้เข้ามาพูดคุยกัน ส่วนทางคดี วอนตำรวจช่วยติดตาม และก็ว่ากันไปตามกระบวนการของกฎหมาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน