ประจวบคีรีขันธ์ จับครั้งใหญ่ ตำรวจน้ำไล่ล่าเรือเวียดนาม 5 ลำ ลักลอบทำประมงน่านน้ำไทย รวบลูกเรือ 23 คน ยึดของกลางปลาเบญจพรรณ 600 กิโล ส่งทั้งหมดดำเนินการตามกฎหมาย
6 พ.ค. 67 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำ

ร่วมกัน นำเรือตรวจการณ์ 630 และเรือ RHIB 01 ออกจับกุมเรือประมงต่างชาติ ลักลอบทำการประมงในเขตสิทธิการทำประมงของไทย บริเวณทะเลอ่าวไทย ซึ่งมีเรือประมงต่างชาติลักลอบทำการประมงในน่านน้ำไทย จับได้เรือของกลาง จำนวน 5 ลำ พร้อมลูกเรือ จำนวน 23 ราย
พ.ต.ท.นัฐพงศ์ ตาแก้ว รอง ผกก.4 บก.รน. เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก กองบังคับการตำรวจน้ำ ได้ดำเนินการยุทธการฟ้าสางที่ปลายด้ามขวาน ในพื้นที่อ่าวไทยตอนล่าง พื้นที่รับผิดชอบของ กก.6-7 บก.รน. เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคม 2567 ที่ผ่านมา และ ได้มีการจับกุมเรือดัดแปลงเพื่อบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล ซึ่งเป็นเรือสัญชาติเวียดนาม จำนวน 3 ลำ ไปก่อนหน้านั้น

จากเหตุการณ์การจับกุมดังกล่าว ชุดสืบสวนได้ทำการสืบสวนและขยายผล โดยประสานข้อมูล กับ กก.6 และ กก.7 บก.รน. อย่างต่อเนื่อง พบข้อมูลการเคลื่อนไหวของกลุ่มเรือประมงสัญชาติเวียดนามที่เข้ามาลักลอบทำการประมง ในเขตการทำประมงของไทย
จากการสืบสวนได้รับแจ้งจากสายลับ(เรือประมงไทย) ว่ามีเรือประมงไม่ทราบสัญชาติเข้ามาทำการประมงในเขตสิทธิการทำประมงของไทยบริเวณทะเลอาวไทยตอนบน ซึ่งเป็นเขตรอยต่อระหว่าง กก.4 บก.รน. และ กก.6 บก.รน. มีจำนวนมากขึ้น

ทั้งนี้จากการวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกัน ทำให้เชื่อว่า เมื่อเรือเจ้าหน้าที่ไม่ว่า จะเป็นเรือตำรวจน้ำ หรือเรือของเจ้าหน้าที่หน่วยงานอื่น มีการออกลาดตระเวนกลุ่มเรือประมงต่างชาติเหล่านี้ จะมีการขยับเคลื่อนที่เพื่อเลี่ยงการถูกตรวจพบและถูกจับกุม และจะมาพบมากในพื้นที่รอยต่อของทะเลอ่าวไทยตอนล่างและตอนบน
ผู้บังคับบัญชาของกองบังคับการตำรวจน้ำจึงได้สั่งการ ให้ออกลาดตระเวนเพื่อติดตามจับกุม ในห้วงตั้งแต่ วันที่ 30 เม.ย. – 5 พ.ค. 67 และได้ตรวจพบเรือประมงต่างชาติ สัญชาติเวียดนาม ลักลอบเข้ามาทำการประมงในน่านน้ำไทยในบริเวณพื้นที่ทางทะเลอ่าวไทยตอนบนหน้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 5 ลำ พร้อมลูกเรือ รวมจำนวน 23 ราย ห่างจากชายฝั่ง 50 ไมค์ทะเล

โดยเมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าจับกุม ผู้ต้องหาได้ขับเรือหลบหนีการจับกุม เจ้าหน้าที่ต้องใช้เรือเล็กไล่ตาม กระทั่งจับกุมได้ทั้งหมด โดยเป็นการลักลอบทำการ ประมงแบบผิดกฎหมายในช่วงฤดูประกาศปิดอ่าวของประเทศไทยด้วย
พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันทำการประมงพาณิชย์ในน่านน้ำไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.ก.ประมง พ.ศ.2558 ร่วมกันใช้เรือไร้สัญชาติทำการประมง ( พรก.ประมง พ.ศ.2558 ม.10 ประกอบ ม.123 วรรค 3)

ฝ่าฝืนใช้เรือที่มีสัญชาติต่างประเทศ เรือเป็นของคนต่างด้าวทำการประมงในเขตการประมงไทย พรบ.ว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย พ.ศ.2482 พ.ร.บ.เดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 รวมทั้งมีและใช้เครื่องวิทยุโทรคมนาคม โดยไม่ได้รับอนุญาต พ.ร.บ.วิทยุโทรคมนาคม พ.ศ.2498
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ ได้ควบคุมเรือของกลาง เป็นเรือประมงต่างชาติ จำนวน 5 ลำ พร้อมลูกเรือรวมจำนวน 23 ราย พร้อมทั้งตรวจยึดสัตว์น้ำ (ปลาเบญจพรรณ) รวมจำนวนประมาณ 600 กิโลกรัม บริเวณพื้นที่ทางทะเลอ่าวไทยตอนบนหน้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

โดยควบคุมเรือประมงพร้อมลูกเรือทั้งหมดเข้ามายังท่าเรือน้ำลึก อ.บางสะพาน และนำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.บางสะพาน อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป