ศาลอาญาคดีทุจริต ยกฟ้องชั้นตรวจฟ้องตำรวจ 4 นายออกหมายจับลูกน้อง”บิ๊กโจ๊ก” โดยไม่ระบุยศ กับพวกร่วมแก๊งมินนี่ฟอกเงินเว็บพนัน ชี้ไม่ผิด-ไม่เข้าข่ายมาตรา157

เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวานที่ผ่านมา ที่ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ ศาลนัดอ่านคำพิพากษาชั้นตรวจฟ้องคดี อท 203/66 ที่พล.ต.ต.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.มนต์ชัย บุญเลิศ พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.น.,ร.ต.อ.ฤทธิ์ธาดา เครือสุข, พ.ต.อ.ธรรมศักดิ์ สารบุญ เป็นจำเลยในควาามผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ

คำฟ้องสรุปว่าจำเลยทั้ง 4 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจได้บังอาจร่วมกันกระทำหรือแบ่งหน้าที่กันทำกระทำความผิดต่อกฎหมายอาญา ด้วยการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแกโจทก์หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหนัาที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157

และตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและกฎหมายอื่นๆ กล่าวคือ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานแห่งชาติ (ศปอส.ตร) ชุดที่ 4 (PCT 4) ได้รับเบาะแสข้อมูลทางลับจากการสืบสวนขยายผลเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์

โดย จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 อ้างว่าโจทก์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดและดำเนินการเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 4 สถานีตำรวจนครบาลทุ่งมหาเมฆ แต่กลับไม่ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ในเขตอำนาจสอบสวนของตน ซึ่งถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ต่อมาจำเลยที่ 3 ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อขอออกหมายจับโจทก์กับเจ้าพนักงานตำรวจอีก 7 คน โดยอ้างว่า โจทก์รับเงินจากพ.ต.อ.ภาคภูมิและมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มของมินนี่ และศาลอาญากรุงเทพใต้ได้ออกหมายจับโจทก์ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ 7 คน และบุคคลต่างๆ รวม 23 คน

ซึ่งในขณะยื่นคำร้องขอออกหมายจับจำเลยที่ 3 ได้ปกบิดข้อมูลเกี่ยวกับยศ ตำแหน่งและอาชีพของโจทก์ ทั้งๆ ที่จำเลยทั้ง 4 ทราบดีว่าโจทก์รับราชการตำรวจยศ พล.ต.ต. การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการฝ่าฝืนต่อประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา66

ข้อบังคับของประธานศาลฎีกาว่าด้วยการออกคำสั่งหรือหมายอาญาฯ และคำสั่งของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเรื่อง การอำนวยความยุติธรรมในคดีอาญาการทำสำนวนการสอบสวนฯ ที่จำเลยทั้ง 4 ต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยที่ 1 -3 ได้ร่วมกันจัดทำคำร้องขอออกหมายจับอันเป็นเท็จ

แจ้งต่อศาลว่าโจทก์กับพวกมีพฤติการณ์หลบหนี และจะทำลายหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ทั้งๆ ที่โจทก์ไม่ได้มีพฤติการณ์ตามที่กล่าวอ้างต่อศาล จำเลยทั้ง4 ย่อมทราบดีว่ายังมีกลุ่มบุคคลที่มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับผู้ต้องหาในคดีนี้เช่นเดียวกันกับโจทก์หลายคน แต่จำเลยทั้ง4 กลับละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

ไม่ดำเนินคดีและไม่ยื่นคำร้องขอให้ศาลออกหมายจับ หรือหมายเรียกบุคคลอื่น จำเลยทั้ง4 จงใจปฏิบัติที่มุ่งเน้นขอให้ศาลออกหมายจับโจทก์ และข้าราชการตำรวจที่เป็นกลุ่มเป้าหมายรวม 8 คนที่มีความใกล้ชิดกับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์เท่านั้น ทั้งที่พยานหลักฐานเป็นพยานหลักฐานชุดเดียวกัน

และภายหลังจากที่โจทก์ถูกจับกุมตามหมายจับแล้ว โจทก์มียศเป็นพล.ต.ต.ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นพนักงานสอบสวน แต่จำเลยที่ 3,4 กลับไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ทั้งที่ทราบดีว่าโจทก์เป็นข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และไม่มีพฤติการณ์ที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน

หรือมีพฤติการณ์หลบหนี ยิ่งแสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์ที่จำเลยทั้ง 4 มีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย และเสื่อมเสียชื่อเสียง และเป็นการเลือกปฏิบัติ แตกต่างกับผู้ต้องหาพลเรือนรายอื่นที่ถูกจับ และถูกควบคุมตัวในช่วงเวลาเดียวกัน ที่จำเลยอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นพนักงานสอบสวน

จะเห็นได้ว่าการดำเนินคดีโจทก์กับพวกคณะพนักงานสอบสวนได้มีการส่งสำนวนการสอบสวนไปยัง ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 17 พ.ย.66 แสดงให้เห็นว่าการดำเนินคดีกับโจทก์และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 7 คน อยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตฯมาแต่ต้น แต่จำเลยทั้ง 4 มีเจตนาที่จะใช้อำนาจศาลเป็นเครื่องมือในการออกหมายจับและหมายค้น

โดยโจทก์เชื่อว่าหากยื่นคำร้องขอออกหมายจับ และหมายค้นต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางแล้ว ศาลย่อมทราบ ยศ อาชีพ ตำแหน่งของโจทก์ และจะไม่ออกหมายจับและหมายค้นให้อย่างแน่นอน การกระทำของจำเลยทั้งสี่เป็นการกระทำที่มีเจตนาปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ให้ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียง เกียรติภูมิ ถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชังจากสังคมและบุคคลใกล้ชิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, มาตรา 151 มาตรา 157, มาตรา 158มาตรา 164 และมาตรา 83 พ.ร.ป..ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ

ทั้งนี้ ภายหลังศาลนัดฟังคำพิพากษา ศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงตามฟ้องเพียงพอแก่การวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยทั้ง 4 ไม่เป็นความผิดตามฟ้อง กรณีไม่จำต้องรับฟ้องโจทก์ไว้ เพื่อไต่สวนมูลฟ้อง ศาลมีคำพิพากษายกฟ้อง ชั้นตรวจฟ้อง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน