จ่อเอาผิด 5 ข้อหาหนัก แก๊งทวงหนี้ต่อยลูกหนี้ฟันหัก 5 ซี่ แถมยึดทีวี-มือถือ ขู่เอาชีวิต หลังมาเก็บเงิน 250 ไม่ได้ จนท.เร่งเข้าช่วยเหลือ
จากกรณี นายสำเริง อายุ 57 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในเทศบาลเมืองนางรอง อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ออกมาร้องขอความช่วยเหลือ หลังถูกแก๊งทวงหนี้เงินกู้นอกระบบบุกทำร้ายร่างกายถึงบ้านพักจนฟันหลุด 5 ซี่ ทั้งยังใช้กำลังบังคับให้ขึ้นรถกระบะ จากนั้นก็ยังบุกเข้าไปยึดเอาทีวีและมือถือไป และขู่จะเอาชีวิตด้วย จึงแจ้งความเอาไว้ที่ สภ.นางรอง
โดยให้ข้อมูลว่า กู้เงินรายวันเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 67 จำนวน 5,000 บาท เพื่อเอาไปซ่อมมือถือ โดยเงินที่กู้มาต้องส่งชำระคืนวันละ 250 บาท รวม 24 วัน หลังจากวันที่กู้ก็ชำระมาตลอดไม่เคยค้างวันละ 250 บาท โดยจะฝากเอาไว้กับเพื่อนบ้านซึ่งแก๊งเงินกู้ก็รับรู้และมาเก็บกับป้าตลอดไม่มีปัญหาอะไร แต่คืนที่มาทำร้ายเขาอาจจะหาป้าไม่เจอจึงเข้าใจว่าเบี้ยวหรือไม่ จึงบุกเข้าไปทำร้าย
ล่าสุด วันที่17 พ.ค.67 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ สั่งการให้ น.ส.เพชรรัตน์ ภูมาศ นายอำเภอนางรอง เร่งตรวจสอบกรณีดังกล่าว จึงมอบหมายให้ นายจักร์กฤษ ร่วมกูล ปลัดอำเภอฝ่ายศูนย์ดำรงธรรม , นางรัชนีกร สวัสดิ์พูน ปลัดอำเภออาวุโส ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยช่วงเช้า นายสำเริง เดินทางเข้าร้องศูนย์ดำรงธรรมอำเภอนางรอง เพราะเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และไม่ปลอดภัย
ด้าน นายจักร์กฤษ กล่าวว่า หลังจากผู้เสียหายมาร้องเรียน ก็ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่ามีการก่อเหตุทำร้ายร่างกายลุงจริง ซึ่งประสานทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการทางกฎหมาย โดยการกระทำในลักษณะดังกล่าว
เข้าข่ายความผิด 1.พรบ.เงินกู้ / พรบ.ทวงหนี้ 2.ทำร้ายร่างกาย 3.ปล้นทรัพย์ เนื่องจากมีผู้ก่อเหตุเกินกว่า 3 คนเข้าไปเอาทรัพย์สินในที่พักอาศัย 4.ข่มขู่ และ 5.บุกรุก แต่ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดข้อหาใดบ้าง ในส่วนของศูนย์ดำรงธรรมฯ นายอำเภอก็กำชับให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายและดูแลเรื่องความปลอดภัยด้วย
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นางรอง ก็ได้เรียก นายสำเริง ไปสอบปากคำ และจะเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวนและดำเนินคดีโดยเร็วด้วย ซึ่งตอนนี้รู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว