กรมน้ำบาดาล ลุยตรวจบ่อบาดาล จ.ฉะเชิงเทรา ที่กระทบจากทำนบดินชั่วคราวฯน้ำท่าถั่วพัง ผลตรวจคุณภาพกร่อย-เค็ม ไม่ควรบริโภค พร้อมเร่งฟื้นฟูเป่าล้างบ่อน้ำบาดาลที่ได้รับผลกระทบต่อไป

เมื่อวันที่ 21 พ.ค. นางอรนุช หล่อเพ็ญศรี อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เปิดเผยว่า พล.ต.อ. พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้สั่งการให้กรมน้ำบาดาลติดตามสถานการณ์กรณีทำนบดินชั่วคราวของการก่อสร้างโครงการประตูระบายน้ำท่าถั่ว ต.บางกรูด อ.ท่าโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา เกิดการพังทลาย ทำให้น้ำเค็มจากแม่น้ำบางปะกงไหลทะลักเข้าคลองประเวศบุรีรมย์ และคลองสาขา ส่งผลกระทบต่อ สัตว์น้ำ พืช รวมถึงน้ำดิบสำหรับผลิตน้ำประปา


นางอรนุช กล่าวว่า ขณะนี้สำนักอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรน้ำบาดาล ร่วมกับกองมาตรฐานคุณภาพน้ำบาดาล และสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 9 (ระยอง) ศึกษา สำรวจ และประเมินผลกระทบต่อแหล่งน้ำบาดาล ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ 3 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองฉะเชิงเทรา อ.บ้านโพธิ์ และอ.บางปะกง และจะเร่งฟื้นฟูบ่อน้ำบาดาลที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล ทั้งนี้พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ใช้น้ำประปาภูมิภาคในการอุปโภค-บริโภค มีเพียงบางส่วนใช้น้ำบาดาลเป็นแหล่งน้ำสำรอง ปัจจุบันยังไม่พบว่าส่งผลกระทบต่อน้ำที่ใช้ในการอุปโภค-บริโภค ประชาชนยังมีน้ำประปาใช้อย่างเพียงพออยู่


สำหรับการตรวจวัดคุณภาพน้ำบาดาลเบื้องต้นในพื้นที่อ.บ้านโพธิ์ ตรวจวัดค่าการน้ำไฟฟ้า (EC) และคลอไรด์ (Cl) พบค่าการน้ำไฟฟ้า (EC) อยู่ในช่วง 1,700 – 5,600 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร (µS/cm) และคลอไรด์ (Cl) อยู่ในช่วง 420 – 2,100 มิลลิกรัมต่อลิตร (mg/L) ส่วนพื้นที่ต.บางกะไห และต.หน้าเมือง อ.เมืองฉะเชิงเทรา ตรวจวัดคุณภาพน้ำบาดาลเบื้องต้นในพื้นที่ พบค่าการน้ำไฟฟ้า (EC) อยู่ในช่วง 1,280 – 3,520 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร (µS/cm) และคลอไรด์ (Cl) อยู่ในช่วง 240 – 900 มิลลิกรัมต่อลิตร (mg/L) เกณฑ์กำหนดเหมาะสม 250 มิลลิกรัมต่อลิตร เกณฑ์อนุโลมสูงสุดไม่เกิน 600 มิลลิกรัมต่อลิตร เทียบกับเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำบาดาลที่จะใช้บริโภคได้ บ่งชี้ว่าน้ำบาดาลบริเวณดังกล่าวมีคุณภาพกร่อย-เค็ม ไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้ในการบริโภค สำหรับในบ่อน้ำบาดาลที่มีค่าการนำไฟฟ้าไม่เกิน 1,850 ไมโครซีเมนส์ต่อเซนติเมตร ยังสามารถนำมาใช้ในการอุปโภคได้


ทั้งนี้ ผลที่ได้จากการสำรวจดังกล่าว จะนำไปใช้เป็นข้อมูลสำหรับวางแผนในการลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำบาดาลแล้วนำไปวิเคราะห์คุณภาพน้ำบาดาลในห้องปฏิบัติการของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเพื่อประเมินผลกระทบต่อคุณภาพน้ำบาดาล และกำหนดแนวทางการฟื้นฟูบ่อน้ำบาดาลที่ได้รับผลกระทบ โดยสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 9 (ระยอง) จะเร่งเป่าล้างทำความสะอาดบ่อน้ำบาดาลในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 30 บ่อ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปนเปื้อนต่อแหล่งน้ำบาดาลในพื้นที่โดยเร็ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน