ระทึกกลางดึก ไฟไหม้โรงเรียนประถม บ้านเกิด “น้าหมู” กวีศรีชาวไร่ เศร้าเพิ่งได้คอมพิวเตอร์ใหม่ 20 เครื่อง ถูกเพลิงเผาวอด ประกาศหยุดเรียน 1 วัน

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 29 พ.ค.2567 พ.ต.อ.วีณวัฒน์ ศรีแย้ม ผกก.สภ.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้โรงเรียนชุมชนบ้านศีรษะละเลิง ต.บ้านใหม่ ตรวจสอบพร้อมประสานรถดับเพลิงเทศบาลตำบล (ทต.) บ้านใหม่

ที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้อาคารครึ่งปูนครึ่งไม้สูง 2 ชั้น เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำด้วยความโกลาหลชาวบ้านตื่นนอนกลางดึกมาช่วยกันดับไฟ ต้นเพลิงเป็นสิ่งปลูกสร้างอาคารเรียน ป.1 โครงสร้างส่วนใหญ่ ทำด้วยไม้มีอายุการใช้งานกว่า 50 ปี เป็นเชื้อไฟอย่างดี ประกอบกับลมพัดกระโชก เป็นปัญหาอุปสรรคการปฏิบัติหน้าที่

จึงประสานขอสนับสนุนรถดับเพลิงเทศบาลนคร (ทน.) นครราชสีมา ทต.ปรุใหญ่ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองกระทุ่ม อ.เมือง รวม 8 คัน ให้มาช่วยดับไฟ ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง สามารถควบคุมเพลิงอยู่ในวงจำกัด

นายมานพ ทรวงทองหลวง ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนบ้านศีรษะละเลิง ซึ่งเป็นสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 1 (สพป.นม.1) เปิดเผยว่า เปิดสอนนักเรียนชั้นปฐมวัยถึงประถมศึกษาปีที่ 6 ปัจจุบันมีนักเรียน 66 คน ครูและบุคลากรรวมนักการภารโรง 10 คน

ต้นเพลิงเกิดที่อาคารอุทิศวิทยาทานมหาตาล-แม่ตีบ พรหมจรรยา สร้างขึ้น พ.ศ 2513 ดัดแปลงเป็นอาคารบริหาร มีห้องพักครูและห้องเรียนส่งเสริมทักษะด้านภาษาและเทคโนโลยี E- classroom ล่าสุดวันเปิดภาคเรียนที่ผ่านมา ธนาคารออมสินได้มอบเครื่องคอมพิวเตอร์สนับสนุนส่งเสริมประสิทธิภาพการเรียนการสอนให้กับนักเรียนจำนวน 20 เครื่อง ถูกเปลวเพลิงเผาวอดพร้อมเครื่องปรับอากาศและอุปกรณ์การเรียน การสอนอื่นๆ

เบื้องต้นสันนิษฐานเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรบริเวณห้องปฏิบัติการ E-classroom เนื่องจากระบบไฟฟ้ามีสภาพเก่า มูลค่าเสียหายหลายแสนบาท ซึ่งต้องรอเจ้าหน้าที่กลุ่มงานตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 นครราชสีมา มาตรวจสอบตามกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์

ขณะที่ทางโรงเรียน ประกาศหยุดเรียนกรณีพิเศษ 1 วัน เพื่อดูสถานการณ์ เพราะเกรงว่าโครงสร้างของอาคารเรียนจะพังถล่มลงมาสร้างอันตรายให้กับนักเรียน

ด้าน นางปรารถนา พะยอมใหม่ อายุ 36 ปี ชาวบ้านในพื้นที่และเป็นศิษย์เก่าของโรงเรียน บอกว่า พอตอนเช้าตนมาเห็นสภาพที่เกิดขึ้นกับอาคารเรียนหลังเก่าที่ตนเคยเรียนนั้นรู้สึกใจหายและบอกไม่ถูก เพราะครอบครัวของตนผูกพันกับโรงเรียนนี้ เพราะเรียนมาตั้งแต่รุ่นพ่อ จนมาถึงตนปัจจุบันนี้ลูกของตนก็กำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนนี้

นอกจากอาคารเรียนเก่าที่ถูกไฟไหม้แล้ว ยังรู้สึกเสียดายกับห้องคอมพิวเตอร์ เนื่องจากลูกของตนนั้นชอบเรียนคอมพิวเตอร์มาก เพราะทุกครั้งที่ได้เรียนคอมพิวเตอร์นั้นลูกจะกลับมาเล่าให้ฟังตลอดว่าวันนี้ได้เรียนคอมพิวเตอร์ รู้สึกเสียใจและเสียดายโอกาสของลูกที่จะได้เรียนคอมพิวเตอร์ เพราะตั้งแต่เปิดเทอมมาเพิ่งได้เรียนเพียงแค่ 2 ครั้งเท่านั้นเอง

ทั้งนี้ครอบครัว “น้าหมู” พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ ศิลปินเพื่อชีวิต กวีศรีชาวไร่ มีความผูกพันกับโรงเรียนแห่งนี้ เนื่องจากอดีตบ้านพักตั้งอยู่ตรงข้ามและแม่เคยเป็นครูผู้สอนรวม ทั้ง น้าหมู ก็เรียนที่นี้มาก่อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน