สงขลา แก้ปัญหาโพงพาง ไม่คืบหน้า จังหวัดสงขลา ทำหนังสือ 7 ฉบับ ส่ง นายกฯ พิจารณา สางปมระยะยาวทุกมิติ เน้นบังคับใช้กฎหมายเคร่งครัด บรรเทาความเดือดร้อนชาวบ้าน

4 มิ.ย. 67 – นายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าราชการ จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า หลังจากวันที่ 20 พ.ค. 67 เจ้าหน้าที่สำนักงานประมง จ.สงขลา ได้ร่วมกับ เจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาสงขลา เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ใช้เครื่องมือโพงพาง โดยระบุเป็นการกระทำความผิดตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558

รายงานข่าวแจ้งว่า เจ้าท่าเป็นการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน้ำไทยพุทธศักราช 2456 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตามประกาศสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลา ที่ 2/2567 เรื่องเกี่ยวกับ แนวเขตร่องน้ำ เพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือ และการคมนาคมทางน้ำ ที่ได้กำหนดแนวเขตร่องน้ำสงขลา (ร่องใน) ตั้งแต่บริเวณหัวพญานาค จนถึงท่าเทียบเรือประมงใหม่ (ท่าสะอ้าน) ความยาว 5 กิโลเมตร

“โดยมีระยะห่างจากฝั่งถึงหลักไฟขอบร่องน้ำประมาณ 300 เมตร จากฝั่งอำเภอเมืองสงขลา ให้เป็นเขตร่องน้ำปลอดภัยสำหรับการเดินเรือ คมนาคมขนส่งทั้งเรือบรรทุกสินค้าและเรือประมง แต่ปัจจุบันในเขตร่องน้ำดังกล่าว มีเครื่องมือจับสัตว์น้ำโพงพาง ตั้งเรียงรายอยู่ในลักษณะกีดขวางร่องน้ำ ซึ่งเป็นอันตรายต่อการเดินเรือ รวม 13 แถว 159 ช่องประมงจังหวัด และเจ้าท่าจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ กับ ตำรวจ สภ.เมืองสงขลา เมื่อ 20 พ.ค. 67 ที่ผ่านมา

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า วันที่ 21 พ.ค. 67 จ.สงขลา ได้ทำหนังสือ 7 ฉบับ นำเรียนเรื่องการแก้ไขปัญหาโพงพางอย่างเป็นระบบไปยัง นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม อธิบดีกรมประมง และอธิบดีกรมเจ้าท่า เพื่อร่วมพิจารณากำหนดแนวทางการปัญหาเชิงนโยบายให้ครอบคลุมทุกมิติในระยะยาว

สำหรับเนื้อหาในหนังสือ มี 2 ประการ คือ 1. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด 2. เพื่อให้พิจารณาช่องทางการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านตามสมควร แต่จนถึงขณะนี้ พบว่า การแก้ปัญหายังมีความล่าช้า ไม่คืบหน้า ทั้งที่ทางจังหวัดได้ทำหนังสือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และนำเรียนนายกรัฐมนตรีไปแล้ว

ส่วน การแก้ปัญหาทั้ง เจ้าหน้าที่ประมง และ เจ้าหน้าที่เจ้าท่า ควรแก้ปัญหาอย่างจริงจัง และดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งแก้ปัญหาในเชิงนโยบาย ทั้งนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมประมง กระทรวงคมนาคม และ กรมเจ้าท่า ควรเร่งเดินหน้าในการแก้ปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดความยั่งยืน”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน