จากกรณีกลุ่มตรวจสอบภายในสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) ตรวจสอบบัญชีงบประมาณประจำปี 2560 สป.ศธ. และพบมีการโอนเงินกองทุนเสมาพัฒนาชีวิต ซึ่งเป็นเงินจัดสรรเพื่อช่วยเหลือผู้ยากจนที่ต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิต และเป็นทุนสำหรับเด็กหญิงที่อยู่ในสภาวะยากลำบากหรือเด็กตกเขียวไปเข้าบัญชีของบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตั้งแต่ปี 2551-2561 เป็นเงินประมาณ 88 ล้านบาท

ซึ่งหลังจากตรวจพบ นายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้รายงาน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ.ทันที จากนั้นนพ.ธีระเกียรติ สั่งการให้ปลัด ศธ.แจ้งความดำเนินคดี และส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ พร้อมทั้งดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่เกี่ยวข้องทันที โดยเบื้องต้นพบมีข้าราชการฝ่ายปฏิบัติ 5 ราย รวมทั้งหามาตรการเยียวยาผู้ที่ไม่ได้รับทุนตามที่นำเสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ที่กระทรวงศึกษาธิการ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศธ. เปิดเผยว่า นายการุณ ได้รายงานให้ทราบว่าได้แจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของบัญชีซึ่งเป็นเครือข่ายญาติของข้าราชการซี 8 ของศธ. ที่รับสารภาพว่าทุจริตเงินแล้วจึงกำชับให้ดูของกองทุนอื่นๆของศธ. โดยจะต้องลงรายละเอียดในส่วนของโครงการต่างๆ ด้วย เนื่องจากในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ติดตามปัญหาเรื่องการทุจริตอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งกำชับให้ทุกกระทรวงที่มีปัญหาในลักษณะดังกล่าว ดำเนินการทุกอย่างโดยเร็วและตรงไปตรงมา เพราะบางที่ข้าราชการตรวจสอบกันเองก็อาจล่าช้าได้ โดยนายกฯจะส่งคณะทำงานมาติดตามในเรื่องดังกล่าวด้วย

รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ได้ตรวจพบและจัดทำข้อมูลเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนที่ซ้ำซ้อนอยู่ประมาน 1 แสนกว่าคนนั้น ศธ.คงต้องตรวจสอบว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะการดำเนินการที่ผ่านมาเมื่อเกิดการซ้ำซ้อนของเงินอุดหนุนรายหัว จะมีการแจ้งกลับมายัง ศธ.อยู่แล้วไม่ใช่การทุจริต แต่เป็นในส่วนของเงินเหลือจ่าย พร้อมกันนี้ตนยังได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบสงขลา(อควาเรียม) จ.สงขลาแล้ว โดยมี ปลัดศธ. เป็นประธาน และมีวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคเป็นรองประธาน

วันเดียวกัน พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศธ.กล่าวภายหลังการประชุมองค์กรหลักของศธ.ว่า ได้แจ้งคำสั่งการของนายกฯ เรื่องการดำเนินการตรวจสอบปัญหาการทุจริตที่ถูกร้องเรียน ว่าจะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน หากดำเนินการไม่แล้วเสร็จนายกฯจะให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เข้ามาดำเนินการตรวจสอบควบคู่กันไป

ภาพประกอบข่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน