เมื่อวันที่ 29 มี.ค. พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง.ผบช.น. พร้อมกับ พ.ต.อ.ญาณพงศ์ โสมาภา รองผบก.น. 9 พ.ต.อ.สำเริง รอดผล ผกก.สน.แสมดำ พ.ต.ท.วิชยานนท์ เอกตาแสง ริง ผกก.ป.สน.แสมดำ พ.ต.ท.วริศพันธ์ เขมสิริเมธีกุล รอง ผกก.สส.สน.แสมดำ ร่วมกันจับกุม 1.นายชรินทร หรือก๊อต อุบลแย้ม อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 700/1 ถนนเลียบทางรถไฟสายใต้ 1 แขวงฉีมพลี เขต ตลิ่งชัน กทม. 2.นายเอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ชาว กทม. 3.นายอัจฉพล หรืออัพ สันประภา อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 207 ซอยวัดกัลยาณ์ แขวงวัดกัลยาณ์ เขตธนบุรี กทม. และ 4.นายกฤตย์ หรือมาย รุ่งไพโรจน์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านเลขที่ 988/12 ซอยวชิรธรรมสาธิต 57 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กทม. ในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป

พร้อมยึดของกลางรถจักรยานยนต์ 4 คันประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่น เอ็มสแลซ สีน้ำเงิน เลขทะเบียน 1กช-6527 สมุทรสาคร รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า รุ่นมีโอ สีขาว น้ำเงิน เลขทะเบียน 4กฌ-5053 กรุงเทพ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า รุ่นคลิก สีขาว-ดำ ทะเบียน 3กล-823 กรุงเทพ และ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า รุ่นเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน 1กภ-6564 กรุงเทพ เหล็กตัวที 1 อัน บล๊อกเหล็กปลายแหลม 3 อันและเสื้อผ้าที่ผู้ต้องหาใช้ก่อเหตุ

พ.ต.อ.สำเริง กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายตรวจสน.แสมดำ ปฏิบัติหน้าช่วงเวลา 02.30 น. ของวันที่ 28 มี.ค. ที่บริเวณริมพระราม 2 ฝั่งขาออกหน้าร้านลาวัลย์ค้าไม้พบเด็กวัยรุ่นชาย 2 คน ชื่อนายอัพและนายมาย มีลักษณะมีพิรุธน่าสงสัย ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ฮอนด้าเวฟ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จึงขอตรวจค้น โดยระหว่างตรวจค้นมีโทรศัพท์เข้ามาบ่อยครั้ง ทั้งคู่พยายามเลี่ยงไม่รับสาย ทางเจ้าหน้าที่เฉลียวใจ จึงให้ผู้ต้องหารับสายพร้อมกับเปิดลำโพง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ยิน ปรากฏว่าผู้ที่โทรเข้าชื่อนายเอมาเพิ่งลักจักรยานยนต์ได้แถวถนนเอกชัย โดยให้นายอัพและนายมายมาช่วยนำรถจักรยานยนต์ไปเก็บ อีกทั้งมีการสอบถามอีกว่าสามารถลักรถจักรยานยนต์ได้หรือไม่ ทางเจ้าหน้าที่สายตรวจจึงควบคุมตัวทั้งสองคนมาที่ สน.แสมดำ

ผกก.สน.แสมดำ กล่าวอีกว่า จากนั้นประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบส่วนขยายผล จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพร้อมออกอุบายให้มานัดพบกัน จนสามารถจับกุมนายเอและนายก็อดที่บ้านเลขที่ 49/16 แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กทม. พร้อมจักรยานยนต์อีก 3 คันซึ่งผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่า เป็นผู้ร่วมก่อเหตุลักทรัพย์และเป็นผู้ติดต่อให้นายอัพและนายมาย มาช่วยขับรถจักรยานยนต์ที่ลักขโมยมา ก่อนนำไปขายเพื่อนำเงินมาเสพยา เจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ เปิดเผยว่า พฤติกรรมกลุ่มวัยรุ่นนี้จะตระเวนออกหาจักรยานยนต์จอดตามหอพัก โดยใช้เหล็กปลายแหลมแทงไปที่รูเทียบกุญแจแล้วบิดเปิดก่อนสตาร์ท ก่อนขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป ทั้งนี้ขอกล่าวชื่นชมไหวพริบของเจ้าหน้าที่ตำรวจจนสามารถจับกุมคนร้ายครั้งนี้ได้ ฝากถึงประชาชนอีกครั้งขอให้ช่วยติดกล้องซีซีทีวี โดยให้หันหน้าออกให้ควบคุมพื้นที่ ถ้าเกิดเหตุร้ายและกล้องสามารถบันทึกได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนำมาเป็นหลักฐานในการติดตามจับตัวคนร้ายมาดำเนินคดี กรณีนี้ที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ ก็เพราะได้มีกล้องสามารถจับพฤติกรรมของของร้ายขณะก่อเหตุไว้ได้ จึงทำให้เจ้าหน้าที่ใช้เป็นเบาะแสในการติดตามจับกุมตัวได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน