จับแล้ว โจรใส่สูท ลักเงินตู้บริจาควัด ทั่วเชียงใหม่ กว่า 20 แห่ง วงจรปิดจับภาพพฤติกรรมชัดเจน ตร.ตามรวบคาหอพัก พบมีคดีข่มขืน-ชิงทรัพย์ติดตัว

เมื่อวันที่ 11 ก.ค.67 ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.อ.วินิจฉัย พินิจศักดิ์ ผกก.สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ว่า ทางตำรวจชุดสืบสวน สภ.ช้างเผือก สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาใส่สูทเข้างัดโจรกรรมตู้บริจาควัดดังของเชียงใหม่ในเขตรับผิดชอบของ สภ.ช้างเผือก ได้แล้ว คนร้ายรายนี้มีพฤติกรรมก่อเหตุในสถานที่ต่างๆ หลายแห่ง

สืบเนื่องจาก นายบารมี อโศกพิทักษ์รัตนะ กรรมการฝ่ายกฎหมาย วัดสันติธรรม ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ มาพบพนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก แจ้งว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ค.67 เวลาประมาณ 10.15 น. มีคนร้ายเป็นชายเข้าไปยังพิพิธภัณฑ์ พระธาตุบูรพาจารย์ วัดสันติธรรม ก่อเหตุงัดตู้บริจาค จำนวน 2 ตู้ ได้ทรัพย์สินไปเป็นเงินสดจำนวนหนึ่ง จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อให้เจ้าพนักงานตำรวจช่วยติดตามตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ มาดำเนินคดีจนถึงที่สุด

หลังจากได้รับแจ้งเจ้าพนักงานตำรวจชุดสืบสวน พร้อมกับพนักงานสอบสวนเวร จึงได้ไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ปรากฏว่ามีเหตุการณ์จริง การแต่งกายของคนร้ายสวมใส่ เสื้อสูทสีดำ กางขายาวสีดำ รองเท้าผ้าใบสีดำ สวมใส่หน้ากากอนามัยสีดำ หลังจากนั้นจึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดของเอกชนและของเทศบาลนครเชียงใหม่ สืบสวนติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุเรื่อยมา

ต่อมาวันที่ 10 ก.ค.67 เจ้าพนักงานตำรวจสืบสวนทราบว่า มีคนร้ายก่อเหตุลักทรัพย์ตู้บริจาควัดสันติธรรม พักที่หอพักรินรดา เรสซิเด้น ถ.ช้างเผือก ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เจ้าพนักงานตำรวจจึงไปตรวจสอบ

ขณะที่กำลังสอบถามเจ้าของหอพัก มีชายซึ่งมีตำหนิรูปพรรณสัณฐาน ตรงกับคนร้ายที่ก่อเหตุลักทรัพย์ ตู้บริจาควัดสันติธรรมที่เกิดเหตุ (จากกล้องวงจรปิดของวัด) เดินออกจากลิฟต์ของหอพัก กำลังจะเดินออกไปข้างนอกหอพัก เจ้าพนักงานตำรวจจึงแสดงตัวพร้อมกับแจ้งความประสงค์ให้ทราบ

เบื้องต้น นายนริศชาติ (สงวนนามสกุล) ให้การรับสารภาพว่า ชายที่ปรากฏในสำเนาภาพถ่าย จากกล้องวงจรปิดของวัดสันติธรรมที่เกิดเหตุ เป็นตนกำลังก่อเหตุลักทรัพย์จากตู้บริจาคของวัด ได้เงินสดไป จำนวน 1,800 บาท หลังจากนั้นก็กลับที่พัก เมื่อได้เงินมาก็นำไปเล่นการพนันออนไลน์

หลังจากนั้นเจ้าพนักงานตำรวจจึงให้ นายนริศชาติพาไปตรวจค้นห้องพัก โดยความยินยอมและสมัครใจ ผลการตรวจค้นพบ ของกลางรายการที่ 1-7 ภายในห้องพัก จึงร่วมกันตรวจยึดส่งพนักงาสอบสวน เพื่อนำมาประกอบคดีดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

จากสอบสวนขยายผลการจับกุม นายนริศชาติ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ ก่อเหตุลักทรัพย์ ตู้บริจาคตามวัดต่างๆ ทั่วตัวเมืองเชียงใหม่มาแล้วประมาณ 20 ครั้ง ดังนี้
ครั้งที่ 1 เมื่อประมาณต้นเดือน พ.ค.67 ก่อเหตุลักทรัพย์(เงินสด) ตู้บริจาควัดบุพผาราม ได้เงินสดประมาณ 700 บาท ครั้งที่ 2 เมื่อประมาณกลางเดือน พ.ค.67 ก่อเหตุลักทรัพย์(เงินสด) ตู้บริจาควัดจำชื่อไม่ได้บริเวณคู่เมืองด้านใน

ครั้งที่ 3 เมื่อประมาณกลางเดือน พ.ค.67 ก่อเหตุลักทรัพย์(เงินสด) ตู้บริจาควัดมหาวัน ได้เงินสดประมาณ 100 บาท ครั้งที่ 4 เมื่อประมาณกลางเดือน พ.ค.67 พยายามก่อเหตุลักทรัพย์(เงินสด) ตู้บริจาควัดชมพู แต่ไม่ได้เงิน ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 3 ก.ค.67 ก่อเหตุลักทรัพย์(เงินสด) ตู้บริจาควัดสันติธรรม ได้เงินสดประมาณ 1,800 บาท ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 10 ก.ค.67 ก่อเหตุลักทรัพย์(เงินสด) ตู้บริจาควัดเจ็ดยอด ได้เงินสดประมาณ 700 บาท

แผนประทุษกรรม นายนริศชาติ จะทำทีเข้าไปในวัดเหมือนประชาชนทั่วไป เพื่อเข้าไปสักการะบูชาพระ การแต่งการภูมิฐานใส่สูท หรือแต่งกายสุภาพเรียบร้อยน่าเชื่อถือ ไม่ให้เป็นที่น่าสงสัย อาศัยจังหวะที่ไม่มีคน ลักเงินตู้บริจาค แต่ละครั้งจะได้เงินประมาณหลักร้อย มากที่สุด 1,800 บาท

จากการตรวจสอบประวัติ นายนริศชาติ ผู้ต้องหา เป็นบุคคลตามหมายจับ ศาลจังหวัดชลบุรี ที่ 337/2564 ลงวันที่ 1 กันยายน 2564 ฐานความผิด ชิงทรัพย์ ข่มขื่นกระทำชำเราโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขื่นได้ และบุกรุกเคหสถานโดยใช้กำลังประทุษร้ายและโดยมีอาวุธ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน