หลวงตา77ขับไปต่อไม่ไหว โรคกำเริบหวิดช็อกดับคารถกระบะ ข้าวของบิณฑบาตขนมาเต็มคัน ชาวบ้านสอบถามเพื่อช่วยเหลือ แต่ตอบไม่รู้เรื่อง ใบหน้าซีดจัด
เมื่อเวลา 18.20 น. วันที่ 11 ก.ค.2567 ตำรวจสภ.เมืองชลบุรี ได้รับแจ้งพบรถกระบะจอดข้างทาง ลักษณะกีดขวางทางจราจรเลนซ้ายบนถนนเส้นเลี่ยงเมืองชลบุรี ฝั่งขาเข้าพัทยา ต.หนองข้างคอก อ.เมือง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบรถกระบะฟอร์ด สีเขียว ทะเบียน ยง 8099 ชลบุรี จอดข้างทางจากการตรวจสอบหน้ารถพบพระสงฆ์ชื่อพระวรรณะ อินทโชติ อายุ 77 ปี ลักษณะห่มผ้าเหลืองอาการคล้ายจะเป็นลม ใบหน้าซีดเซียวอิดโรยถามตอบไม่รู้เรื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ซื้อน้ำเปล่ามาให้และให้นอนพักอยู่ในรถ
จากการตรวจสอบภายในรถพบบัตรประจำตัวพระ และเงินสดจำนวนหนึ่ง อีกทั้งยังพบถุงขนมและอาหาร ที่บิณฑบาตมาและยังพบถังแก๊สอยู่บริเวณหลังรถอีกสอบถามคร่าวๆบอกเพียงว่าเป็นพระลูกวัด ผาสุการาม ที่อยู่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุไม่ไกลนัก
ชาวบ้านที่พบเห็น เล่าว่า รถคันดังกล่าวจอดชิดบริเวณขอบทางด้านซ้าย ในลักษณะอันตรายเพราะเป็นไหล่ทาง จึงได้ลงมาดูพบว่าเป็นพระสงฆ์อยู่ในสภาพอิดโรยไม่มีเรี่ยวแรง คล้ายโรคประจำตัวกำเริบ ตนสอบถามมาจากไหน พระก็ไม่ยอมตอบ ตนก็ไม่รู้จะทำยังไงจึงแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบ
ทางด้านพระอธิการ วิรัช วิรโช เจ้าอาวาสวัดผาสุกการาม เปิดเผยว่า กรณีที่มีพระขับรถกระบะแล้วไปจอดอยู่ริมถนนยืนยันว่าเป็นพระจริงและเคยเป็นพระลูกวัดผาสุการาม เมื่อ 17 ปีก่อนแต่ยังไม่ได้มีการแจ้งย้ายไปเพราะพระรูปดังกล่าวได้ขอฉีกตัวออกไปอยู่สำนักสงฆ์ต่างพื้นที่แต่ไม่รู้ว่าเป็นที่ใดและก็ไม่เคยติดต่อหรือไม่ได้อยู่ในภายใต้การบังคับบัญชาแล้วซึ่งหายไปนานมาก
และก็ไม่เคยรู้ข่าวคราวเลย กระทั่งล่าสุดได้ขับรถมาจอดนอนหมดสติอยู่ไม่ไกลจากวัด ซึ่งก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าพระรูปดังกล่าวจะขับรถไปไหน และไม่เคยรู้ว่าการประพฤติปฏิบัติเป็นเช่นไร ส่วนโรคประจำตัวของพระรูปดังกล่าวนั้นก็ไม่ทราบว่าป่วยเป็นโรคประจำตัวอะไร เพราะไม่เคยติดต่อสอบถามกันมานานหลาย 10 ปีแล้ว และไม่เคยแวะเวียนเข้ามาหาเลย
ส่วนเรื่องพระขับรถนั้น เป็นการไม่เหมาะสมอยู่แล้วนอกเสียจากจะอยู่ต่างจังหวัดนอกพื้นที่ที่ห่างไกลทางสำนักพุทธศาสนาก็จะอนุโลมให้ว่าต้องขับรถเอง เนื่องจากจะได้สะดวกต่อการไปทำธุระเรื่องพระพุทธศาสนาในตัวเมือง
แต่กรณีดังกล่าวแถวนี้เป็นเขตเมืองก็ดูแล้วไม่เหมาะสมที่จะขับรถเองเพราะส่วนใหญ่พระแถวนี้จะมีลูกศิษย์ขับให้ทุกวัด ยืนยันว่าพระรูปดังกล่าวนั้นเป็นพระจริงไม่ใช่พระปลอมแต่อย่างใดแต่ไม่รู้เนื่องจากเหตุใดถึงได้ขับรถมาเกิดเหตุอยู่บริเวณแถวนี้เหมือนกัน

