ชาวบ้านกว่า 300 คนจาก 11 ตำบล 127 หมู่บ้าน รวมตัวบุกอัยการสีคิ้ว ขอความเป็นธรรม กรณีสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สมาชิกสหกรณ์การเกษตรสูงเนิน ยักยอกเงินค่าทำศพคนตาย
วันที่ 16 ก.ค.2567 ที่ว่าการอำเภอสูงเนิน จ.นครราชสีมา ชาวบ้านกว่า 300 คนจาก 11 ตำบล 127 หมู่บ้าน ของ อ.สูงเนิน รวมตัวเรียกร้องขอความเป็นธรรมหลังได้รับความเดือดร้อนจากกรณีสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สมาชิกสหกรณ์การเกษตรสูงเนิน ยักยอกเงินค่าทำศพคนตาย
โดยนายปรัชญา มันตาพร ปลัดอำเภอสูงเนิน ได้เปิดห้องประชุม รับฟังปัญหาความเดือดร้อนจากพี่น้องชาวบ้าน และหาแนวทางแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น รวมทั้ง เรียกร้องให้นายกสามาคมฌาปนกิจสงเคราะห์สมาชิกสหกรณ์การเกษตรสูงเนิน กับคณะกรรมการสมาคมฯ ออกมารับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้น
จากนั้น ชาวบ้านเดินทางไปที่ สภ.สูงเนิน เพื่อแจ้งความกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่ง พ.ต.อ.ศุภวัชร อังคสยาวัฒน์ ผกก.สภ.สูงเนิน กล่าวว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจรับทราบปัญหาและพร้อมช่วยเหลือชาวบ้านในเบื้องต้น โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ 1.กลุ่มคนที่ส่งแล้วเสียชีวิตซึ่งจะต้องได้รับเงินฌาปนกิจสงเคราะห์แต่กลับไม่ได้รับเงิน หรือได้รับเพียงบ้างส่วน กลุ่มนี้ความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว 2.กลุ่มคนที่ส่งแต่ยังไม่เสียชีวิต และยังไม่ถึงคิวที่จะได้เงิน แต่กลัวว่าถึงวันนั้นเราจะไม่ได้เงิน กลุ่มนี้ความเสียหายยังไม่เกิด แต่มีความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ดังกล่าว ก็จะตั้งชุดรับแจ้งความจากชาวบ้านที่เดือดร้อน
ต่อมา ชาวบ้านรวมตัวชุดใหญ่เดินทางไปที่ สำนักงานอัยการจังหวัดสีคิ้ว จ.นครราชสีมา ซึ่งได้พบกับ นายกิตติเมศร์ ถิระภิรมย์ไชย อัยการจังหวัดผู้ช่วย เป็นตัวแทนมาพบปะพี่น้องชาวบ้านที่เดือดร้อน ซึ่งแบ่งปัญหาเป็น 2 กรณี คือ 1.กรณีที่ผู้บริหารสมาคมแจ้งความดำเนินคดีพนักงานบัญชียักยอกเงิน 3.8 ล้านบาท ส่งผลให้มีผู้เสียหาย 38 ราย ที่ไม่ได้รับเงินจากสมาคมฯ คดีเกิดขึ้นในปี 2566
และ 2.กรณีที่สมาชิกเสียชีวิตในปี 2567 และไม่ได้รับเงิน รวมทั้งผู้มีชีวิตอยู่จะทำอย่างไร เบื้องต้นทราบว่า จะมีคณะกรรมการประจำตำบล ๆ ละ 1 คน รวม 11 ตำบล 11 คน ทำหน้าที่ดูแลรับเรื่องปัญหาจากชาวบ้าน ซึ่งจะต้องตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไปเพื่อหาทางช่วยเหลือแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น
นายบุญเสริม เนยสูงเนิน ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า อยากทราบความชัดเจนในการแก้ปัญหา การเยี่ยวยา ชาวบ้าน และสถานภาพของสมาคมฯ ต่อไป ถ้าอยู่จะเป็นอย่างไร ถ้าปิดสมาคมชาวบ้านที่ส่งเงินมา 20-30 ปี จะได้รับการเยียวยาอย่างไร เพราะเงื่อนไขการเป็นสมาชิกสมาคมฯ ต้องเสียชีวิตเท่านั้นถึงจะได้เงิน
” แต่ความผิดพลาดของคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ มีการทุจริต ส่งผลกระทบต่อสมาชิกซึ่งเป็นชาวบ้านและเกษตรกร อยากถามหาความรับผิดชอบจากนายกสมาคมฯ และคณะกรรมการทุกคน ที่สำคัญ สมาคมฯ ก่อตั้งมา 20-30 ปี มีสมาชิก 7,000 คน สถานะภาพทางการเงินน่าจะมั่นคงกว่านี้ อยากให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของสมาคมฯ และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้าน ”
ขณะที่นางมยุรี ชั้นชัยโย ลูกสาวของคุณยายเล็ก เหี่ยวสูงเนิน กล่าวว่า คุณแม่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมาได้เงินจากสมาคมฯ แค่ 3,525 บาท จากยอดแสนกว่าบาท อยากขอความเป็นธรรมในเรื่องนี้ เพราะว่า องค์กรมีปัญหาเรื่องพนักงานยักยอก แต่ชาวบ้านไม่รู้เรื่อง ต้องมารับกรรม และไม่มีคำตอบว่าเงินที่เหลือจะได้คืนเมื่อไหร่ ตนได้ไปแจ้งความไว้ร่วมกับชาวบ้านที่เดือดร้อน 50 กว่าคนที่ญาติได้เสียชีวิตแล้วแต่ไม่ได้เงิน
ส่วนนายสัมพันธ์ แรมกลาง อดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 14 บ้านมะเกลือเก่า บอกว่า การทำงานของสมาคมฯ จะมีประธาน คณะกรรมการระดับตำบล เป็นนายกสมาคมฯ เวลามีผู้เสียชีวิต ตนต้องแจ้งกับนายกสมาคมฯ แล้วจะมีเจ้าหน้าที่ไปตรวจศพ จากนั้น ทางสมาคมฯ จะมาดำเนินการเบิกเงินให้ แต่ตอนหลังๆ แจ้งว่า ไม่มีเงินแล้ว ชาวบ้านจึงไม่ได้เงินมาตั้งแต่ปี 2566 จนถึงปัจจุบัน จึงอยากให้ทางสมาคมฯ ออกมารับผิดชอบชี้แจ้งกับชาวบ้าน และขอความเป็นธรรมให้กับชาวบ้านที่ส่งเงินมา 20-30 ปีแล้วด้วย



