รวบตัวเขยแทงลุงดับที่โคราช หลังผู้ต้องหาติดต่อขอมอบตัวกับนายอำเภอ เปิดปากสารภาพ โกรธแค่หวังดีแต่ถูกต่อว่า ตร.แจ้งข้อหาหนักฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
เมื่อวันที่ 18 ก.ค.2567 นายศิวะเสก สินโทรัมย์ นายอำเภอพิมาย พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิมาย ชุดสืบสวน ภ.3 และเจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอพิมาย เดินทางไปที่สวนยาง บ้านหนองรัง ม.12 ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เพื่อควบคุมตัวนายสุภาพ อายุประมาณ 60 ปี เป็นคนจังหวัดเชียงใหม่ ( ไม่ใช่คนต่างด้าว )
ที่ก่อเหตุใช้อาวุธมีดปลายแหลมแทงนายสมคิด ช่ำชอง อายุ 62 ปี จนเสียชีวิต และแทงนางอัมพร น้องสะใภ้ของนายสมคิด กับลูกชายได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนหนีมากบดานในป่า และได้โทรศัพท์หาญาติ ประสานขอเข้ามอบตัวดังกล่าว

ภายหลังที่นายสุภาพ ผู้ก่อเหตุได้เห็นนายอำเภอพิมาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดินทางมาถึงก็รีบออกมาจากป่าสวนยาง เพื่อมอบตัวทันที ก่อนเจ้าหน้าที่จะนำตัว ขึ้นรถกระบะพาไปส่งมอบตัวให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พิมาย เพื่อดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอน
โดยระหว่างที่นำตัวส่ง นายสุภาพได้เปิดเผยว่า เดิมทีตนอาศัยอยู่บนเขาที่ จ.เชียงใหม่ เป็นลูกชาวเขา พ่อแม่ไม่ได้แจ้งเกิดให้ตั้งแต่ตอนเด็ก จึงไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีทะเบียนบ้าน และไม่มีชื่อในระบบทะเบียนราษฎร์ และเอกสารหายตอนไฟไหม้บ้าน จึงเหมือนเป็นคนต่างด้าว
ซึ่งต่อมา ได้มาอาศัยอยู่กับเมีย ชาว อ.พิมาย จ.นครราชสีมา พากันมาอยู่ที่บ้านของเมียได้ 30 ปีแล้ว ไม่เคยมีปัญหากับผู้เสียชีวิตมาก่อน และไม่ได้คิดอะไรในเชิงชู้สาวกับผู้บาดเจ็บ

ด้านนายศิวะเสก สินโทรัมย์ นายอำเภอพิมาย ได้เปิดเผยว่า จากการพูดคุยกับผู้ต้องหา ทราบว่า นายสุภาพรู้สึกโกรธที่นายสมคิด บ่นว่าตน เมาแล้วชอบไปหาเรื่องคนอื่น ให้ไปนอนซะ ซึ่งพูดจาเหมือนดูถูก ทั้งๆ ที่ผู้ต้องหาเห็นนางอัมพร กับลูกชาย กำลังทะเลาะกันอยู่ จึงเดินแค่เข้าไปแตะไหล่และถาม
ว่าทะเลาะอะไรกันเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาจะล่วงเกินอะไร แต่นายสมคิด กลับต่อว่าผู้ต้องหา และนางอัมพร ก็ดูท่าทีไม่พอใจ ซึ่งตอนนั้นทุกคนต่างมารุมด่า จึงทำให้โมโห ก่อเหตุแทงนายสมคิดก่อน แล้วตามไปแทงนางอัมพร กับลูกชาย ได้รับบาดเจ็บรวม 3 คน แต่ในระหว่างที่กำลังชุลมุนแย่งมีดกัน
ผู้ต้องหาไม่รู้ว่าใครเอาค้อนมาทุบที่ศีรษะจนเลือดอาบ หลังก่อเหตุ ผู้ต้องหาจึงรีบเดินหนีและทิ้งมีดไว้ข้างบ้านหลังหนึ่ง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร แล้วขอให้เพื่อนบ้านขี่รถจักรยานยนต์พาไปส่งที่บ้านโคกขาม ต.โบสถ์ อ.พิมาย จากนั้น ก็เดินเท้าย้อนกลับมา แล้วหลบซ่อนตัวที่ป่ายาง

บ้านหนองรัง ม.12 ต.รังกาใหญ่ อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ห่างจากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งขณะที่กบดานซ่อนตัว รู้สึกปวดแผลที่ศีรษะและหิวข้าว จึงตัดสินใจโทร.หาเพื่อนบ้านที่รู้จักกันแถวนั้น ให้โทร.แจ้งนายอำเภอพิมาย จะขอมอบตัวกับนายอำเภอ เพราะน่าจะปลอดภัยที่สุด
จึงนำมาสู่การไปรับตัวผู้ต้องหา และพามาส่งพนักสอบสวนที่ สภ.พิมาย เพื่อสอบปาก ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อหาหนัก “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” และดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป