นครราชสีมา ผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงพื้นที่เหมืองโปแตช แสวงหาข้อเท็จจริงกระทบชาวด่านขุนทด ผวาชุมนุมปิดล้อมศาลากลาง ย้ำต้องเยียวยา ตั้งกองทุนฟื้นฟู สร้างความมั่นใจให้ประชาชน
26 ก.ค. 67 – ที่ห้องประชุมหลวงพ่อคูณ ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมคณะทำงานเดินทางมาประชุมรับฟังความคิดเห็นร่วมกับนายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ รองผู้ว่าฯนครราชสีมา และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภาคประชาชนประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

รวมทั้งบริษัทเอกชนประกอบกิจการสำรวจขุดเจาะและทำเหมืองแร่โปแตส ครอบคลุมพื้นที่ ต.หนองไทร ต.หนองบัวตะเกียด และ ต.โนนเมืองพัฒนา อ.ด่านขุนทด รวมเนื้อที่กว่า 9,000 ไร่ กรณีระหว่างดำเนินการได้ส่งผลกระทบกับแหล่งน้ำธรรมชาติ ทั้งบนดินใต้ดินและดิน ไร่ นา ได้ความเสียหายเป็นบริเวณหลายพันไร่

จนเป็นเหตุให้ กลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิดด่านขุนทด จึงรวมตัวยื่นหนังสือร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครราชสีมา สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะรัฐมนตรี (ครม.) รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ตามมาด้วยมีกิจกรรมเดินทางมากราบไหว้ท้าวสุรนารี (ย่าโม) สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง และปิดล้อมศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา โดยยึดพื้นที่ด้านหน้าปักหลักสำแดงพลังหลายครั้ง

ส่วนบรรยากาศการประชุม หลังคณะทำงานลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อสรุปเรื่องพิจารณารวม 4 วาระ โดยแต่ละประเด็นค่อนข้างยืดเยื้อและอ่อนไหวใช้เวลาร่วม 4 ชั่วโมง

นายสมศักดิ์ เปิดเผยว่า ทุกภาคส่วนหาแนวทางขับเคลื่อนลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินกิจการขุดนำแร่โปรแตสมาใช้ประโยชน์ ผลิตเป็นปุ๋ย ลดต้นทุนให้กับเกษตรกร โดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ความเข้าใจให้ในระหว่างขุดอุโมงค์ต้องใช้ระเบิดด้วย จึงมีผลกระทบต่อน้ำผิวดิน ใต้ดิน และเสียง รวมทั้งฝุ่นละออง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาข้อบกพร่องต่อไป

ทั้งนี้ได้เน้นการเก็บตัวอย่างน้ำทุกชนิดรวมถึงความเค็มของดินก่อนและหลัง มาเป็นข้อมูลเปรียบเทียบ ต้องตั้งคณะกรรมการหลายหน่วยงาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน โดยกำกับดูแลการดำเนินกิจการทุกขั้นตอนไม่ให้ส่งผลกระทบในพื้นที่ และสามารถเข้าถึงข้อมูลติดตามความเคลื่อนไหวตรวจสอบการดำเนินกิจการได้

อีกทั้งต้องมีมาตรการเยียวยา โดยจัดตั้งกองทุนฟื้นฟูทุกขั้นตอนให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน ขณะนี้บริษัทยังไม่ได้เริ่มดำเนินกิจการ เป็นเพียงการเตรียมการในพื้นที่ ดังนั้นความเดือดร้อนยังไม่เกิดขึ้น เป็นเพียงข้อกังวลอาจเกิดขึ้นในอนาคต