เทศกิจยันทำตามกฎหมาย ยกโต๊ะ เก้าอี้ ร้านก๋วยเตี๋ยวขวางรุกล้ำทางเท้า-ถนน ขณะที่ลุงเจ้าของร้าน ยอมรับผิดเกะกะคนเดิน เปิดใจพาลูก 9 ขวบออกไปช่วยขายจนเช้า
วันที่ 30 ก.ค.2567 จากกรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กเป็นเจ้าหน้าที่เทศกิจในพื้นที่ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี โพสต์ข้อความระบุ “ฝากไปถึงทุกร้านนะครับดื้อดึง ท้าทายระบบ ใช้หลักรัฐศาสตร์แล้วก็แล้วถึงคราวที่ต้องใช้หลักนิติศาสตร์บ้าง ไม่ทำพวกผมก็โดน 157 คุณไม่เห็นใจคนส่วนรวมเลย ไม่อยากทำเลยแต่มันเป็นหน้าที่ พร้อมมีภาพการบังคับใช้กฎหมายยกรถซาเล้งและอุปกรณ์ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ ร้านก๋วยเตี๋ยวที่เปิดขายตอนกลางคืนหน้าร้านทอง
โดยเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่เทศกิจผู้โพสต์ ระบุ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวยอมรับผิดแล้ว แต่ขอย้ำว่า เราเตือนแล้ว เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวก็รับปากแต่ยังดื้อดึง ท้าทายระบบ จึงต้องดำเนินการตามกฎหมายไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง
ขณะที่ เฮียแจ๊ค เจ้าของร้านทอง จุดที่เทศกิจยกร้านก๋วยเตี๋ยวไป บอกว่า ลุงศักดิ์เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวได้มาขอเช่าที่ขายในช่วงกลางคืน ตนเห็นว่าเป็นคนสู้ชีวิตและอยู่กับลูกสาว 2 คนก็เลยให้ขาย ขายมาหลายปี พอเห็นข่าว คิดว่าอาจจะมีการร้องเรียนที่ลุงขายก๋วยเตี๋ยวล้ำที่สาธารณะ ผมก็เคยแนะนำให้เอาขึ้นมา แต่ก็เข้าใจเจ้าหน้าที่เทศกิจฯ เขาก็ทำตามหน้าที่ เตือนมาหลายครั้ง แต่ลุงขายก๋วยไม่ปฏิบัติตาม เห็นใจลุงเหมือนกัน แต่บางทีเราก็ต้องคำนึงถึงส่วนรวม อยากให้อะลุ่มอล่วยกันไม่อยากให้ขัดแย้งกัน ก็เห็นใจทั้งสองฝ่ายแต่เราก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายบ้านเมือง
ด้านลุงศักดิ์ อายุ 55 ปี เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว เปิดเผยเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ไปขายก๋วยเตี๋ยวหน้าร้านทองมา 2 ปีแล้ว ตั้งแต่เกิดโควิดเดือนละ 2,000 บาท ผมเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวเลิกกับภรรยา อยู่กับลูกสาว 2 คน แต่ละวันจะไปตั้งแต่สี่โมงเย็นจะไปขายกับลูกสาววัย 9 ขวบช่วยกัน กว่าจะเลิกกลับถึงบ้านก็ 6 โมงเช้าอีกวัน ส่วนเรื่องที่เอาร้านซาเล้งขายก๋วยเตี๋ยวและโต๊ะเก้าอี้วางทางเท้าไม่เก็บ เรื่องนี้ผมยอมรับผิดไม่แก้ตัว เทศกิจแจ้งว่าต้องจ่ายค่าปรับ 2,000 บาท จึงขอต่อรองเหลือ 1,000 บาทนัดจ่ายวันนี้ ก็จะรีบไปขายก๋วยเตี๋ยวกับลูกสาวเพื่อหาเงินค่าปรับให้ทันที
” ตอนนี้ไปขอชุดขายก๋วยเตี๋ยวของเทศกิจมาขายที่เดิม ขายเสร็จก็จะเอาไปเก็บไว้ในตลาด เช่าที่ไว้เก็บเลย เรื่องที่เกิดขึ้น ผมยอมรับผิดว่าอาจจะไม่เก็บทั้งโต๊ะเก้าอี้และรถขายก๋วยเตี๋ยวผมคงไม่ไปโต้แย้ง ไม่อยากมีเรื่องกับเจ้าหน้าที่ แต่อยากให้เจ้าหน้าที่เข้าทุกจุดไม่อยากให้เลือกปฏิบัติหน่อยก็ดี เพราะยังมีอีกหลายที่รุกล้ำทางเท้า ”
ผู้สื่อข่าวถามว่า อยู่บ้านหลังนี้กับใคร ลุงศักดิ์บอกว่า อยู่กับลูกสาว 2 คน ลูกสาวเรียนอยู่ชั้น ป.4 พอเลิกเรียนเสร็จก็ไปรับลูกสาวพาไปขายก๋วยเตี๋ยวทุกวัน ลำพังผมก็เป็นคนหาเช้ากินค่ำ ต้องขี่รถจักรยานยนต์พาลูกสาวไปจากบ้านเกือบ 5 กม.ไปในตัวเมืองเพื่อขายก๋วยเตี๋ยว กว่าจะเลิกก็รุ่งเช้าอีกวัน ขายแต่ตอนกลางคืนเงินที่ได้ก็ให้ลูกจ่ายงวดรถจักรยานยนต์ จ่ายดอกเอาบ้านไปจำนำ แต่เราก็สู้ ยังคิดอยู่เหมือนกันหากผมเป็นอะไรไป ลูกสาวจะอยู่อย่างไร ห่วงแต่ลูกสาวคนเดียวคนนี้ ลุงศักดิ์พูดไปก็น้ำตาคลอ



