แม่หลั่งน้ำตา เคาะโลงบอกลูกตายทั้งกลมสลด เผยเอาชีวิตคืนมาไม่ได้แล้ว ด้านคนขับส่งคนมอบ 6 หมื่นช่วยงานศพเบื้องต้น ก่อนเจรจาอีกทีหลังงานศพ
จากกรณีรถเก๋ง SUV ยี่ห้อฟอร์ด Territony ทะเบียนประเทศลาว ป้ายเหลือง นร 5699 แขวงคำม่วน สปป.ลาว ฝ่าไฟแดงชนรถเก๋ง โตโยต้า วีออส สีขาว ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 10 ราย ในจำนวนนี้ผู้ช่วยพยาบาลสาววัย 23 ปี ท้อง 8 เดือน ตายทั้งกลม เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 ส.ค.67 ที่สี่แยกไฟแดง บ.ดอนโมง ม.4 ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
คืบหน้าเมื่อเวลา 12.30 น.วันที่ 7 ส.ค.2567 นายคำภี แก้วสุพรม วัย 77 ปี ญาติผู้ใหญ่บุญเฮง คนขับรถเก๋งชน น.ส.วิชุดา เดินทางมาพร้อมญาติอีกรายเพื่อเคารพศพ และพูดคุยช่วยเหลือค่าทำศพให้กับญาติ โดยมีนางสมิง อายุ 56 ปี พ่อน.ส.วิชุดา และญาติกว่า 10 คนร่วมรับฟัง

นายคำภี กล่าวว่า เสียใจด้วยกับเรื่องอุบัติเหตุ ก็ไม่อยากให้เกิด เพราะต้องมีการสูญเสีย ไม่น้อยก็มาก ถ้าไม่ถูกกับใครคนนั้นไม่รู้ สูญเสียแล้วก็เศร้าไปทุกอย่าง ไม่ต่างกับมอดไปเจาะต้นไม้ คนหนึ่งเสีย สองคนเสียมันเยอะขึ้น ตนอยู่เวียงจันทร์ ก็พยายามจะเดินทางมาแสดงความเสียใจและจริงใจ ดูแลช่วยเหลือกัน คนก็ตายไปแล้วเอาคืนก็ไม่ได้ คนอยู่ก็ให้รักแพงกัน
นายคำภี กล่าวต่อว่า เป็นตัวแทนคนขับรถที่ชน นำเงิน 50,000 บาท มาช่วยเหลือเบื้องต้น ส่วนวานนี้มีตัวแทนนำมาช่วยแล้ว 10,000 บาท รวม 60,000 บาท ส่วนค่าเยียวยาอื่นที่เหลือ ยังไม่ได้พูดคุยกัน โดยนัดกันหลังงานฌาปนกิจอีกรอบ วันนี้มารักษาเยียวยากันก่อน และบอกว่านางบุญเฮง คนขับไม่ได้อยู่แขวงคำม่วน แต่อยู่ที่เวียงจันทน์
ขณะที่นายสมิง กล่าวว่า ญาติฝ่ายคนชนมามอบเงินค่าทำศพให้ 60,000 บาทในเบื้องต้นแล้ว ส่วนค่าเยียวยาผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บที่เหลือ จะนัดพูดคุยกันครั้งหลังงานศพไปแล้วคือวันที่ 14 ส.ค.67 ส่วนค่าเยียวยายังไม่ได้พูดถึง ส่วนกรณีรถมีประกันอุบัติเหตุระหว่างประเทศหรือไม่ตนไม่รู้

ด้านนางรินดา อายุ 50 ปี แม่และยายผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ญาติผู้ใหญ่เขามามอบเงินรวมแล้ว 60,000 บาท เป็นค่าทำศพ แต่ก็ไม่ค่อยพอใจ ความรู้สึกไม่เหมือนเดิม จะทำอย่างไรก็เอาลูกสาวกลับคืนมาไม่ได้แล้ว ถ้าคนชนและญาติมาถามไถ่ที่อยู่โรงพยาบาล แต่ครั้งแรกเรายังดีใจ แต่พวกเขามีแต่เดินผ่าน
แม่วัย 50 ปี เอื้อมมือเคาะโลงลูกบอกว่า ยังคงทำใจไม่ได้หรอก ร้อยทั้งร้อย หลานอีกคนชื่อริว อายุ 7 ขวบ ลูกชายคนโตของ น.ส.วิชุดา ก็ยังไม่ออกจากโรงพยาบาล เราต้องทำมาหากิน ตนอาการยังไม่ดีขึ้นเดินไม่ได้ ได้แต่นั่งอยู่กับที่ ส่วนค่าเยียวยาเรายังไม่ได้เรียกร้องไป เพราะไม่ได้ไปอยู่ในวงตั้งโต๊ะพูดคุยกันช่วงเที่ยง