เพิ่มพูน หนุน สพฐ. เร่งผลักดัน Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เร่งขยายผลทั่วประเทศ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม ภายใน 2 ปี

วันที่ 7 ส.ค.2567 พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดเวทีสภาการศึกษานานาชาติตั้งรับการศึกษาของโลกและสภาพแวดล้อมโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ขณะเดียวกัน พร้อมเดินหน้า หลักสูตร Active Learning ขยายผลทั่วประเทศ ภายใน 2 ปี เพื่อให้นักเรียนเป็นนวัตกร

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ย้ำถึงบทบาทการศึกษาไทยดีขึ้นมาก ณ ตอนนี้ เห็นด้วย ที่ สพฐ. นำรูปแบบ Active Learning มาใช้ และเห็นด้วย ที่จะผลักดันให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพราะที่ผ่านมา เราใช้รูปแบบนี้มาบ้าง แต่ยังไม่สมบูรณ์ และมากพอ

เห็นว่ารูปแบบนี้สร้างการเปลี่ยนแปลงให้เด็กไทยพัฒนาขึ้น สามารถสร้างนวัตกรรมเอง และไปได้ดีด้วย เห็นด้วยที่จะก้าวต่อ ด้วย GPAS 5 Steps โมเดลการคิดขั้นสูง เรียนรู้แบบ Active learning หลายๆโรงเรียน ที่สังกัด กทม. สพฐ. กระทรวงศึกษา และมหาดไทย บางส่วนใช้รูปแบบนี้กันเยอะแล้ว

“ขอบคุณหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ และเอกชน ที่เข้ามาร่วมสนับสนุนให้เกิดการขับเคลื่อนด้านการศึกษาไทยที่ดีขึ้น และอยากให้ ขับเคลื่อนรูปแบบ Active learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูง เชิงระบบ
GPAS 5 Steps ต่อให้ครอบคลุมทั้งประเทศโดยเร็ว ใน 2 ปี จะได้เห็นความสำเร็จการศึกษาไทยที่จะออกมาได้สมบูรณ์ และเด็กไทยจะได้ประโยชน์ที่สูงสุด” รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

ด้าน ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ คณะกรรมการปฎิรูปประเทศด้านการศึกษา ระบุก่อนหน้านี้ว่า ในปัจจุบันรูปแบบการจัดการศึกษาของประเทศไทยยังมีโรงเรียนอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่เคยใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) ดังกล่าวมาก่อนเลย

เพราะการจัดการเรียนการสอนกลับกลายเป็นรูปแบบนำข้อมูลในหนังสือเรียนมาอธิบาย บรรยาย เพิ่มข้อมูลจากที่มีอยู่เพื่อให้นักเรียนนำไปทบทวนให้เกิดความจำ เพื่อนำมาสอบวัดผลให้ได้คะแนนและลำดับที่ดี ซึ่งการสอนดังกล่าว นับว่าเป็นการเรียนแบบ Passive Learning นั่นเอง

ดร.ศักดิ์สิน เน้นย้ำ ถ้าทุกสถาบันการศึกษามุ่งเน้นปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้จากรูปแบบ Passive Learning ไปเป็นรูปแบบ Active Learning โดยใช้กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบเป็นกลไกสำคัญในการให้นักเรียนเป็นผู้ถักทอหรือสร้างความรู้ได้ด้วยตนเองทุกมิติ ทุกระดับ และกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps

จะนำไปสู่การสร้างผลผลิตในระดับนวัตกรรม ส่วนการวัดและประเมินผลเน้นให้วัดและประเมินผลตามสภาพจริง โดยใช้เกณฑ์มิติคุณภาพ (Rubrics) เพื่อเน้นให้นักเรียนทุกคนบรรลุเป้าหมายการเรียนรู้อย่างมีร่องรอยหลักฐานที่เชื่อถือได้

และยังกำหนดให้ศักยภาพของนักเรียนในระดับประถมศึกษาสามารถนำหลักการไปเสริมสร้าง พัฒนาขั้นตอนการประกอบอาชีพของครอบครัวได้ และศักยภาพของนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาสามารถทำงานร่วมกับชุมชนในรูปแบบปฏิบัติการเชิงวิจัยสร้างผลผลิต ผลิตภัณฑ์ในระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค และระดับประเทศเพื่อการแข่งขัน นับว่าเป็นมาตรฐานขั้นสูงระดับสากลอย่างแท้จริงโดยใช้มาตรฐานการเรียนรู้ของหลักสูตรเดิมทื่มีอยู่แล้วให้สำเร็จ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน