ผอ.อ้าง เอกสารปลอม แค่หยอกเล่น เซ็นแทนแค่ล้อกัน ครูน้อยหน่า ฉุนแก้ตัวฟังไม่ขึ้น ยันทำแบบนี้ไม่ได้ เป็นเอกสารราชการมีความผิดทางวินัย
วันที่ 22 ส.ค.67 หลังจากเรื่องบานปลาย กรณี ร.ต.หญิง ภานุมาศ เสาร์สิงห์ หรือ ครูน้อยหน่า อายุ 54 ปี ครูโรงเรียนหนองกระทุ่ม ต.บ้านยาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ แจ้งความเอาผิดคนปลอมลายเซ็นเอาไปยื่นของบประมาณ เพื่อทำโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการช่วยฟื้นคืนชีพ(CPR)ให้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนหนองกระทุ่ม งบประมาณ 15,210 บาท จาก อบต.บ้านยาง ถึงขั้นเบิกเช็กจาก อบต.มาแล้ว
กระทั่งผู้ใหญ่บ้านไม่พอใจพาชาวบ้านมากดดันครูน้อยหน่า ให้ทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้คลี่คลายคดี เพราะผู้ที่ขอไฟล์โครงการไปก่อนหน้านี้เป็นครูอัตราจ้าง ซึ่งเป็นลูกสาวผู้ใหญ่บ้าน
ความคืบหน้าล่าสุด นายอภิชัย วันล้วน ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดหนองกระทุ่ม ต.บ้านยาง อ.ลำปลายมาศ ออกมาระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า หลังจากได้รับหนังสือจาก อบต.บ้านยาง จึงเชิญครูที่รับผิดชอบมาประชุมหารือ เพื่อขอทำโครงการเพื่อขอรับเงินสนับสนุนจาก อบต.บ้านยาง พอโครงการได้เสนอไปแล้ว มารอการพิจารณาอนุมัติ ได้มีโครงการหนึ่งที่ไม่ผ่านคณะกรรมการได้ตีตกเพื่อจะได้รับการแก้ไขในงบประมาณ
ทางโรงเรียนจึงได้ดำเนินการใหม่ โดยการเอาคุณครูท่านใหม่มาดำเนินงาน(ไม่ใช่ครูน้อยหน่า)คงจะคล่องขึ้น ทั้งนี้โครงการนี้เป็นโครงการของครูน้อยหน่า ต่อมาได้มอบหมายให้ครูอีกคนหนึ่งมารับผิดชอบโครงการ คือการเปลี่ยนคนทำโครงการใหม่
แต่เอกสารโครงการที่ทำมามันเหลืออีกชุดวางไว้ในห้อง คุณครูจึงเขียนชื่อครูน้อยหน่าและชื่อของ ผอ.โรงเรียนวางไว้ เพื่อเอาไปล้อกัน จึงทำให้ครูน้อยหน่าเข้าใจผิด และสร้างความไม่พอใจเลยเกิดปัญหาขึ้น จริงแล้วเรื่องเดิมที่ทำขึ้นไปตกไปแล้ว ตอนนี้ทำขึ้นใหม่แล้ว
ด้าน ครูน้อยหน่า หลังจากทราบว่าเรื่องว่า ผอ.ออกมาแก้ต่าง ได้ออกมาระบุเรื่องนี้ว่า หนังสือโครงการฉบับนั้นมีครูท่านหนึ่งเอามาจริงตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค.การเอาเช็คไปขึ้นเงินใครจะตรวจสอบได้

ถ้าจะทำก็ทำได้คือเอาเอกสารชุดเดิมแล้วเปลี่ยนชื่อใหม่ แล้วให้คนใหม่เซ็น เพื่อต้องการสื่อว่าเอกสารที่วางต่อหน้าเป็นเอกสารทำขึ้นมาเล่นๆ ของแบบนี้จะมาแกล้งกันเล่นไม่ได้ เพราะเป็นเอกสารของทางราชการ แทนที่จะมาพูดคุยสารภาพกันก่อนหน้านี้เรื่องก็ไม่บานปลาย
ครูน้อยหน่า บอกด้วยว่า การที่บอกว่าแกล้งตนเล่นนั้นฟังแล้วไม่ขึ้น ตนอายุ 54 ปีแล้วจะมาหยอกกันด้วยเอกสารแบบนี้ไม่ได้ เพราะมีความผิดวินัย แต่ถ้าแกล้งจริงควรจะทิ้งเวลาห่าง 1-2 วันก็พอ แต่นี่พยายามถามทางไลน์กลุ่มแล้ว ไม่มีใครรับถึงขั้นขู่จะแจ้งความก็ยังไม่สนใจ จนกระทั่งตนต้องออกมาปกป้องตัวเอง
