ครอบครัวร่ำไห้ พบร่างน้องชาย ป่วยอัมพฤกษ์ อาชีพเผาถ่าน เสียชีวิตคาเตา พี่สาว เผยลางสังหรณ์เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เมียเล่าภาพสุดท้ายก่อนออกจากบ้านเมื่อเช้ามืด

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 26 ส.ค.2567 พ.ต.ท.เจษฎา ว่องไว สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งเหตุมีชายนอนเสียชีวิตอยู่ข้างเตาเผาถ่าน เหตุเกิดในพื้นที่สาธารณะ เหนืออ่างเก็บน้ำบ้านจั่น ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี และอาสากู้ภัยส่งเสริมธรรมแห่งอุดรธานี

ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตชื่อ นายบุญรอด (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี สภาพศพไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขาสั้นสีเทาตัวเดียว นอนหงายอยู่ ขณะนั้นได้มีภรรยาและญาติพี่น้อง ที่รู้ข่าวต่างเดินทางมาดูศพในที่เกิดเหตุ ส่งเสียงร้องไห้ดังระงมไปทั่วพื้นที่ สร้างความสะเทือนใจให้กับเจ้าหน้าที่ และชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์

ครอบครัวร่ำไห้ พบร่างน้องชาย ป่วยอัมพฤกษ์ อาชีพเผาถ่าน เสียชีวิตคาเตา พี่สาว เผยลางสังหรณ์เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เมียเล่าภาพสุดท้ายก่อนออกจากบ้านเมื่อเช้ามืด

ครอบครัวร่ำไห้ พบร่างน้องชาย ป่วยอัมพฤกษ์ อาชีพเผาถ่าน เสียชีวิตคาเตา พี่สาว เผยลางสังหรณ์เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เมียเล่าภาพสุดท้ายก่อนออกจากบ้านเมื่อเช้ามืด

แล้วได้ช่วยกันนำเสื่อพลาสติกมาม้วนหนุนหัวให้ แพทย์จึงได้ทำการตรวจสอบตามร่างกาย ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด อีกทั้งรอบบริเวณไม่มีร่องรอยการต่อสู้

คาดว่าเสียชีวิตจากหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน หรือวูบจากโรคประจำตัว ซึ่งขณะเกิดเหตุอยู่เพียงลำพัง แล้วช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จึงทำให้เสียชีวิตในที่สุด และคงเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 ชั่วโมง

จากการสอบสวน นายที (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 85 ปี ผู้พบศพคนแรก ให้การว่า ตนมาถึงที่เตาเผาถ่านบริเวณนี้เวลาประมาณ 05.00 น. ก็เห็นนายเคนนอนแน่นิ่งอยู่ข้างเตาเผาถ่านแล้ว

นายที ให้การต่อว่า เมื่อตะโกนเรียกก็ไม่ขานรับ เข้าไปใกล้ ๆ สะกิดดูก็ไม่ขยับ จึงสังเกตดูให้แน่ใจ ก็เห็นว่ามีน้ำลายไหลออกมาจากปาก คิดว่าเสียชีวิตแล้ว จึงรีบกลับเข้าไปบอกคนในหมู่บ้านและแจ้งญาติเขา

นายที ให้การอีกว่า ตนเผาถ่านอยู่ที่นี่มานานมากแล้ว จะมีเตาของชาวบ้านอยู่หลายเตา เผาขายบ้างเผาใช้เองบ้าง ตอนนี้มี 3 คนที่ยังเผาถ่าน เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ก็ยังเห็นกันอยู่ คุยกันบ้างเล็กน้อยตามประสา

ด้าน นางชราวัลย์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี ภรรยาของผู้ตาย กล่าวว่า สามียึดอาชีพเผาถ่านมานานแล้ว จะออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืดมาดูเตาถ่านทุกวัน สามีเป็นคนขยัน จะช่วยก่อเตาขายแกงเส้น อาหารเช้า ก่อนไปดูเตาเผาถ่าน ไม่เคยหยุดไม่เคยพักถ้าไม่ป่วยจริง ๆ

นางชราวัลย์ กล่าวต่อว่า เช้ามืดวันนี้เวลาประมาณ 04.00 น. สามีดื่มกาแฟแล้วก็ออกมาจากบ้าน จะออกมาปิดเตาเผาถ่าน สักพักก็มีคนมาบอกว่าสามีนอนเสียชีวิตอยู่ข้างเตา

นางชราวัลย์ กล่าวด้วยว่า ก่อนเกิดเหตุไม่ได้คุยอะไรเป็นลางร้าย ไม่มีอะไรผิดสังเกต สามีเคยประสบอุบัติเหตุรถชนกันเมื่อ 20 ปีที่แล้ว มีอาการเป็นอัมพฤกษ์ที่แขนข้างขวา แต่ก็แข็งแรง ทำงานได้ตามปกติ

ขณะที่ นางลมุล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี พี่สาวคนที่ 6 ของผู้ตาย กล่าวว่า พวกตนมีพี่น้อง 11 คน ผู้ตายเป็นคนสุดท้อง ก่อนเกิดเหตุประมาณอาทิตย์ที่แล้ว ตาข้างขวากระตุกอยู่ตลอด ตนคิดว่าเป็นลางร้าย

นางลมุล กล่าวต่อว่า คิดไปถึงญาติคนอื่นที่ป่วยมากกว่า ไม่นึกว่าจะเป็นน้องคนนี้ที่ต้องจากไป เพราะบ้านอยู่ใกล้กัน เห็นกันประจำ เมื่อเช้ายังเจอกันอยู่ที่บ้านตน น้องส่องไฟฉายเข้ามาหาตนในบ้าน ยังทักน้องอยู่เลยว่าทำไมออกมาแต่เช้ามืดจัง เมื่อรู้ข่าวก็รีบบอกญาติให้รีบออกมาปั๊มหัวใจช่วยน้อง แต่ก็ไม่ทัน

หลังจากนั้น นางสมจิตร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี พี่สาวคนที่ 10 ของคนตาย ก็นำพวกพี่ ๆ และญาติพากันจุดธูปบอกดวงวิญญาณคนตาย ก่อนนั่งลูบหัวศพน้องชายด้วยความอาลัย

บอกดวงวิญญาณเป็นครั้งสุดท้ายว่า “ให้น้องชายกลับบ้าน อย่ามานอนตากฝนอยู่ที่นี่ บ้านเราก็มี หมดห่วง หมดทุกข์แล้ว ขอให้ไปสบาย กลับไปอยู่บ้านเรา ไปหาญาติพี่น้องของเรากันนะ

นางสมจิตร กล่าวทั้งน้ำตาว่า เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา ยังเจอน้องตามปกติ ยังเข้าไปเป่าหัวหลานที่ไม่สบายอยู่ที่บ้าน ยังแข็งแรงปกติ น้องเคยวูบมาแล้งครั้งหนึ่งที่บ้าน แต่ปั๊มหัวใจช่วยเหลือได้ทัน

นางสมจิตร กล่าวต่อว่า แต่ครั้งนี้ช่วยไม่ทัน คิดว่าน้องคงจะทำงานหนักเกินไป ไม่ค่อยได้พักผ่อน เสียใจมากที่น้องต้องจากไปแบบนี้ อยากบอกน้องว่าไปสบายแล้ว ไม่ลำบากอีกแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน