กรุงเทพฯ “ชัชชาติ” ลงเรือตรวจความพร้อม รับน้ำเหนือ ยัน กทม.รับน้ำได้อีกมาก ย้ำไม่ท่วมซ้ำรอยปี’54 ห่วงฝนหนัก ก.ย. 16 ชุมชนนอกคันกระทบ สั่งทุกสำนักเตรียมแผนเผชิญเหตุ

27 ส.ค. 67 – ที่ท่าเรือ ส่วนการท่องเที่ยว ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เขตพระนคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าฯ กทม. แถลงข่าวการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำเหนือและน้ำฝนของกรุงเทพมหานคร

นายวิศณุ กล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่ภาคเหนือมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก และอาจส่งผลกระทบให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กทม.ได้ติดตามสถานการณ์และประสานข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมชลประทาน กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำที่อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในบางพื้นที่ของกรุงเทพฯ

ขณะที่สถานการณ์น้ำเหนือ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยฯ และเขื่อนป่าสัก เปรียบเทียบ วันที่ 25 ส.ค. 67 กับ 25 ส.ค. 66 พบว่า ปีนี้ดีกว่า และยังสามารถรองรับน้ำได้เพิ่ม ทั้งนี้ต้องเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิดจากมวลน้ำที่มาจากแม่น้ำยม ซึ่งจะไม่ไหลเข้าเขื่อนหลักและระบายลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

ปัจจุบันมวลน้ำไหลลงมาถึงจังหวัดสุโขทัย และคาดว่า จะมาถึงกรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ 6 วัน หรือวันที่ 2 ก.ย. นี้ โดยอัตราการระบายน้ำที่ต้องเฝ้าระวังก่อนถึงกรุงเทพฯคือ ที่สถานีบางไทร ซึ่งอัตราการระบายน้ำที่สถานีบางไทร วันที่ 26 ส.ค. 67 เฉลี่ยอยู่ที่ 989 ลบ.ม./วินาที โดยอัตราการระบายน้ำที่ต้องเฝ้าระวังอยู่ที่ 2,500 ลบ.ม/วินาที

ทั้งนี้ กทม. ได้เตรียมพร้อมการบริหารจัดการน้ำและระบบป้องกันน้ำท่วมต่างๆ และตรวจสอบความแข็งแรงและจุดรั่วซึมของแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อยและคลองมหาสวัสดิ์ ความยาวประมาณ 80 กิโลเมตร

ซึ่งหลังจากน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 กทม.ได้เสริมแนวคันกั้นน้ำถาวรริมเจ้าพระยาสูงขึ้นตลอดแนวที่ระดับ 2.80-3.50 ม.รทก. และเรียงกระสอบทรายเป็นเขื่อนชั่วคราวในบริเวณที่ไม่มีแนวป้องกันน้ำถาวร (แนวฟันหลอ) และบริเวณแนวป้องกันที่มีระดับต่ำตามจุดต่าง ๆ รวมทั้งตรวจสอบความพร้อมของสถานีสูบน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 96 สถานี และบ่อสูบน้ำตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่งในช่วงน้ำทะเลขึ้น

พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังประจำจุด เครื่องสูบน้ำสำรอง เรือผลักดันน้ำ วัสดุอุปกรณ์ กระสอบทราย ตลอดจนเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการเร่งด่วนเคลื่อนที่ (BEST) และอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้พร้อมปฏิบัติการและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันทีเมื่อเกิดเหตุน้ำท่วม ตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับ ชุมชนนอกคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 16 ชุมชน 731 ครัวเรือน ในพื้นที่ 7 เขต ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบและความเดือดร้อนจากน้ำท่วม ได้สั่งการให้สำนักงานพื้นที่ ประกอบด้วย เขตดุสิต พระนคร สัมพันธวงศ์ บางคอแหลม ยานนาวา บางกอกน้อย และเขตคลองสาน

ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนชุมชนและให้เตรียมขนย้ายสิ่งของให้อยู่ในที่สูง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนหากเกิดปัญหาระดับน้ำขึ้นสูง นอกจากนี้ได้สั่งการสำนักงานเขตที่มีพื้นที่อยู่ตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาสำรวจพื้นที่บ้านเรือนของประชาชน จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนในกรณีฉุกเฉินต่าง ๆ อย่างทันท่วงที

ปริมาณฝนในพื้นที่กรุงเทพฯ ปี 2567 พบว่า ในเดือนส.ค. มีปริมาณฝนอยู่ที่ 208.5 มิลลิเมตร มีค่าน้อยกว่าปี 2566 ซึ่งมีค่าอยู่ที่ 224 มิลลิเมตร และปริมาณฝนสะสมในปี 2567 อยู่ที่ 842.5 มิลลิเมตร มีค่าใกล้เคียงกับปี 2566 อยู่ที่ 811.50 มิลลิเมตร

จากสถานการณ์ฝนในเดือนส.ค.ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า กทม.มีความพร้อม ทั้งในด้านของอุปกรณ์และเจ้าหน้าที่ รวมถึงความพร้อมของประตูระบายน้ำและคันกั้นน้ำริมแม่น้ำในการรับมือกับมือกับสถานการณ์น้ำฝน น้ำเหนือและน้ำทะเลหนุนที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ

โดยการรับมือสถานการณ์ฝนของ กทม. ที่ดำเนินการต่อเนื่องมาตลอดคือ การลดระดับน้ำรองรับสถานการณ์ฝน อาทิ พร่องน้ำในคลอง สร้างธนาคารน้ำ(water bank) แก้มลิง การเตรียมความพร้อมระบบระบายน้ำ โดยล้างทำความสะอาดและบำรุงรักษา อุโมงค์ระบายน้ำ ประตูระบายน้ำ และสถานีสูบน้ำแล้วเสร็จ 100% ทุกจุด รวมถึงการเตรียมความพร้อมอุปกรณ์และเจ้าหน้าที่ ทำให้น้ำท่วมขังหลังฝนตกหนักในปีนี้ลดลงเร็ว

ด้านนายชัชชาติ กล่าวถึงปริมาณฝนในภาคเหนือที่มากกว่าปกติแสดงถึงโลกกำลังเสี่ยงภัย โดยน้ำที่จะไหลมายังกรุงเทพฯอาจมีปริมาณไม่มาก แต่หากฝนตกในกรุงเทพตกถึง 200 มม.ถือว่าเอาเรื่อง เพราะท่อระบายน้ำออกแบบให้รับน้ำฝนเพียง 60 มม.

นายชัชชาติ กล่าวด้วยว่า ยืนยันกทม.สามารถรับน้ำเหนือได้อีกมาก เพราะเขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนภูมิพลยังมีความจุ สถานการณ์ต่างจากปี 2554 อีกทั้ง 2 ปีที่ผ่านมา เรานำบทเรียนจากปี 2565 มาปรับปรุง โครงสร้างและระบบให้ดีขึ้น

“สถานการณ์ปัจจุบันไม่มีอะไรเทียบเคียงกับปี 2554 ขอให้สบายใจได้” ผู้ว่าฯชัชชาติ กล่าว

อย่างไรก็ตามน้ำท่วมเมื่อปี 2554 ตนเองอยู่ในเหตุการณ์เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หลังปี 2554 กทม.ได้ทำแนวป้องกันยาวเกือบ 600 กิโลเมตร ส่วนมวลน้ำจากสุโขทัย เมื่อเข้ามายังเขื่อนเจ้าพระยา กรมชลประทานจะแจ้งมายังกรุงเทพมหานคร คาดการณ์ว่าในอีก 7 วัน เขื่อนเจ้าพระยาจะปล่อยน้ำเพิ่ม 300 ลบ.ม./วินาที

นายชัชชาติ กล่าวถึงสิ่งที่น่ากังวลมากกว่าน้ำเหนือคือ น้ำฝน ซึ่งดูจากเรดาร์พบว่าเดือนก.ย.จะมีฝนตกมากกว่าปกติ อาจมีชุมชนนอกคันกั้นน้ำ 16 ชุมชนที่ได้รับผลกระทบ โดย กทม.ได้เตรียมพร้อมรับมือ 100% ซึ่งได้ประสานงานกับสำนักต่างๆ เพื่อเตรียมแผนเผชิญเหตุ และรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นแล้ว โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดจากน้ำท่วม เช่น การนำคนกลับบ้าน หรือรถเสียในถนน

จากนั้นนายชัชชาติ พร้อมคณะฯ ได้ลงเรือตรวจการณ์ของสำนักเทศกิจตรวจความพร้อมแนวคันกั้นน้ำท่วม จากท่าเรือส่วนการท่องเที่ยว ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ไปยังวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ท่าราชวรดิฐ ใต้สะพานพระราม 8 สิ้นสุดที่สะพานกรุงธน (ซังฮี้) เขตบางพลัด โดยจุดที่อยู่นอกคันกั้นน้ำและแนวฟันหลอ กทม.ได้เตรียมกระสอบทราย 250,000 ใบ สำหรับปิดจุดเสี่ยงแล้ว

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน