คุณตาวัย 73 ทั้งกาย-ใจสุดแกร่ง ปั่นจักรยานคู่ใจข้ามจังหวัดไกลกว่า 200 กม.ไปเยี่ยมหลาน บอกคิดถึงสังขารและอายุไม่ใช่อุปสรรค คุณยาย-ลูกหลานห้ามก็ไม่ฟัง เคยปั่นไปไกลถึงกรุงเทพฯ ตลอดทางยังได้เห็นถึงน้ำใจของคนไทยทั้งให้ที่พัก น้ำ อาหาร

วันที่ 28 ส.ค.2567 ทีมข่าวและหน่วยกู้ภัยตำรวจทางหลวงบุรีรัมย์ เห็นคุณตาท่านหนึ่งปั่นจักรยานสภาพค่อนข้างเก่ามาคนเดียวลำพังท่ามกลางแดดร้อนจัดอยู่ริมถนนสายโชคชัย-เดชอุดม ฝั่งขาเข้าตัวอำเภอนางรอง จ.บุรีรัมย์ จึงได้เข้าไปสอบถามเผื่อมีอะไรให้ช่วยเหลือ ทันทีที่ทีมข่าวและหน่วยกู้ภัยเข้าไปหาคุณตา ก็ล้วงเอาบัตรประชาชนที่อยู่ในถุงพลาสติกออกมาให้ดู จึงทราบว่าคุณตาชื่อนายทองศรี หะพินรัมย์ อายุ 73 ปี บ้านอยู่ หมู่ 12 ต.บ้านยาง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

เมื่อสอบถามคุณตาว่ามาจากไหน แล้วจะปั่นจักรยานไปที่ไหน คุณตาทองศรี ก็ตอบว่าไปเยี่ยมหลานที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา กำลังจะกลับบ้านที่ ต.บ้านยาง อ.เมืองบุรีรัมย์ แต่ก่อนจะสอบถามเรื่องราวกับคุณตาเพิ่มเติม ทีมข่าวและหน่วยกู้ภัยฯก็ถามว่าหิวหรือไม่อยากกินข้าวไหม คุณตาก็ตอบว่าหิว ทีมข่าวและหน่วยกู้ภัยฯจึงได้พาคุณตาไปกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้านใกล้ๆ

เมื่อคุณตากินก๋วยเตี๋ยวอิ่มแล้ว นายเลิศสกุล สะเริญรัมย์ รองนายกสมาคมกู้ภัยตำรวจทางหลวงบุรีรัมย์ และทีมหน่วยกู้ภัยฯก็อาสาพาคุณตาไปส่งที่บ้านในตัวเมืองบุรีรัมย์ ตอนแรกคุณตาบอกว่าไม่ต้องไปส่งหรอก เดี๋ยวตาปั่นจักรยานกลับเอง แค่อ.นางรอง ถึงเมืองบุรีรัมย์ระยะทางกว่า 50 กิโลเมตร ปั่นแป๊บเดียวก็ถึง แต่ด้วยความเป็นห่วงหน่วยกู้ภัยฯ จึงนำจักรยานของคุณจาขึ้นหลังกระบะแล้วขับไปส่งตาถึงที่บ้านในตัวเมือง

” เมื่อไปถึงบ้านนางหอม เจริญรัมย์ ภรรยาและญาติพี่น้องที่เห็นต่างก็ดีใจ เพราะคุณตาปั่นจักรยานออกจากบ้านตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค.ที่ผ่านมาแล้ว บอกแค่ว่าจะไปเยี่ยมหลานที่ จ.ชัยภูมิ ทั้งภรรยาและลูกก็ห้ามแล้วว่าไม่ให้ไปแต่ก็ไม่ฟังแล้วก็ปั่นจักรยานออกไป

ทุกคนในครอบครัวรวมถึงญาติพี่น้องต่างก็ทราบว่าคุณตาชอบปั่นจักรยานไปหาคนโน่นคนนี้ คิดถึงใครก็จะปั่นจักรยานไปหาเขาไม่ว่าจะไกลแค่ไหน แม้แต่กรุงเทพฯก็เคยไปมาแล้ว ทุกคนในครอบครัวก็เป็นห่วงทั้งหลานๆ ที่เขาไปหาก็บอกว่าไม่ต้องไปมันอันตราย แต่ตาก็ไม่ฟัง บอกว่าคิดถึงอยากไปหาเขา ”

ขณะที่คุณตา บอกว่า ที่ปั่นจักรยานไปหาหลานที่ จ.นครราชสีมา เพราะคิดถึงและเป็นห่วง เพราะพ่อกับแม่เขาเสียชีวิตไปแล้วก็ปั่นจักรยานไปเรื่อยๆไม่ได้เอาเงินติดตัวไปเลย มีเพียงวิทยุ 1 เครื่อง เสื้อผ้า ที่สูบลมรถเผื่อยางแบน ปั่นไปเรื่อยเหนื่อยก็แวะพัก ค่ำก็แวะนอนตามศาลาหรือจุดที่มีคนเพื่อความปลอดภัย พอได้ไปเห็นลูกหลานก็รู้สึกมีความสุข ทั้งยังได้เห็นถึงความมีน้ำใจของคนไทยด้วยกัน เพราะเขาจะให้น้ำ ให้อาหารกินตลอดทาง ไม่อยากจะอยู่เฉยๆ คิดถึงใครก็จะทำแบบนี้

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน