คดีสลดจบด้วยความตายของแม่ ลูกชายทาสยานรก เพิ่งกลับจากบำบัดได้ 3 วัน คว้ากระถางต้นไม้ฟาดหัว จอบจามซ้ำฉุนขอเงินไม่ให้ ตำรวจตามจับได้กำลังขี่จยย.ไปซื้อยาบ้า
เมื่อเวลา 18.00 น.วันที่ 4 ก.ย.2567 ร.ต.อ.สถาพร ดวงสี รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองนครปฐม รับแจ้งเหตุลูกชายทำร้ายแม่เสียชีวิตที่บ้านพัก หมู่ 5 ต.หนองงูเหลือม อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม จึงประสานแพทย์รพ.นครปฐม แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ภูภณ ทัพเจริญ ผกก.สภ.เมืองนครปฐม พ.ต.ต.สำราญ บัวเย็น รองผกก.สส. ฝ่ายสืบสวน พิสูจน์หลักฐาน 7 และหน่วยกู้ภัย
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียว บริเวณข้างบ้านพบศพหญิง อายุ 54 ปี เจ้าของบ้านนอนหงาย มีบาดแผลฉกรรจ์ถูกของมีคมฟันเป็นแผลเหวอะ ตามร่างกายมีรอยฟกช้ำ ข้างศพมีจอบเปื้อนเลือดตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้ก่อเหตุคือลูกชายผู้ตาย อายุ 32 ปีขี่รถจักรยานหลบหนี ก่อนถูกตำรวจชุดสืบสวนไล่ติดตามจับกุมได้ห่างจากจุดเกิดเหตุ 5 กม.
พ.ต.ต.สำราญ เปิดเผยว่า ลูกชายเป็นคนทำร้ายแม่จนเสียชีวิตโดยรับสารภาพ ใช้กระถางทุบหัวแล้วใช้จอบจามหัว อ้างว่ามีเรื่องเก่าเกี่ยวกับปู่-ย่าในอดีต โกรธเคืองกันมายาวนานและจำฝังใจ หลังทำร้ายแม่ตัวเองแล้วขี่รถจักรยานยนต์ไปซื้อยาบ้าซึ่งตำรวจตามไปจับกุมตัวไว้ได้ห่างจากที่เกิดเหตุ 5 กม.หลังสืบทราบว่าเป็นเส้นทางที่ไปซื้อยาบ้าเป็นประจำซึ่งจะได้ขยายผลติดตามคนขายยาบ้ามาดำเนินด้วย
ขณะที่ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 5 บอกว่า ลูกชายผู้ตายติดยาเสพติด ผู้ตายมาแจ้งกับผู้ใหญ่บ้านและแจ้งตำรวจประจำแต่ก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้ เมื่อถูกจับแล้วก็จะถูกปล่อยออกมาเป็นแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมา ก่อนเกิดเหตุฆ่าแม่ตัวเองเพิ่งไปบำบัดยาเสพติดกลับมาได้แค่ 3 วัน แต่อาการยังเหมือนเดิมคือของเงิน เกรี้ยวกราดและระรานหาเรื่องผู้อื่น ในบ้านถอดแอร์ออกไปขายจนหมด ทุบศาลพระภูมิ นี่คือโทษของยาเสพติดโดยแท้ทำให้เกิดเรื่องเศร้าขึ้น


