ตำรวจสอบสวนกลาง รับตัว ราเกซ พ่อมดการเงิน หลังถูกปล่อยตัวจากเรือนจำ หมอบอกสามารถเดินทางได้ ไม่ต้องนอน รพ. นำส่งตม.เตรียมผลักดันออกนอกประเทศ
เมื่อวันที่ 11 ก.ย.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เผยแพร่เอกสารประชาสัมพันธ์ ระบุว่า จับกุม/รับตัว นายราเกซ อายุ 72 ปี ผู้ต้องขัง คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ 4138/2559 ความผิดฐานพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และยักยอกทรัพย์ โดยจับกุม/รับตัว ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แขวงคันนายาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 9 ก.ย.67
ทั้งนี้เมื่อระหว่างปี 2537-2539 ขณะนายราเกซ ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ (บีบีซี) โดยกระทำการทุจริตปล่อยวงเงินสินเชื่อเกินบัญชีกว่า 30 ล้านบาท กับเอกชน ร่วม 10 แห่ง โดยไม่ผ่านการพิจารณากลั่นกรองจากคณะกรรมการสินเชื่อ หรือคณะกรรมการบริหารธนาคารบีบีซีก่อน และปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ขอกู้ โดยไม่มีหลักประกัน ตลอดจนไม่วิเคราะห์ฐานะของลูกหนี้ และความสามารถในการจ่ายหนี้คืน
อันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นเหตุให้ธนาคารบีบีซี ได้รับความเสียหาย ร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวนกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายราเกซ ในความผิดฐานพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และยักยอกทรัพย์ จนนำไปสู่การออกหมายจับ หลังเกิดเหตุนายราเกซหลบหนีไปยังประเทศแคนาดาเป็นเวลา 13 ปี
พ่อมดการเงิน ‘ราเกซ สักเสนา’ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ปล่อยตัวพ้นคุก รอผลักดัน
ต่อมาถูกส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนกลับไทย ต่อมาศาลอาญากรุงเทพใต้ พิพากษาเมื่อปี 2555 จำคุกนายราเกซ 10 ปี และต่อสู้คดีเรื่อยมา กระทั่งคดีถึงที่สุด ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 335 ปี แต่เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงจำคุก 20 ปี และสั่งคืนเงินผู้เสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ได้รับแจ้งจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ว่า นายราเกซ ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ ในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 ก.ค.67 จะได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 9 ก.ย.67
เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อไปรับตัวนายราเกซ ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์
แต่เนื่องจากนายราเกซ มีโรคประจำตัว คือโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ และกล้ามเนื้ออ่อนแรง ไม่สามารถเดินได้ และมีอายุมาก มีความเสี่ยงต้องอยู่ในความดูแลของผู้มีความรู้ทางการแพทย์ ทางญาติ และโรงพยาบาล จึงแนะนำให้ทางเจ้าหน้าที่ ประสานขอรถที่มีเครื่องมือทางการแพทย์ในการเคลื่อนย้ายตัวนายราเกซ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสานรถมูลนิธิและทำการเคลื่อนย้ายตัว
โดยนำตัวส่งโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อตรวจร่างกาย ว่ามีความพร้อมในการเดินทางหรือไม่ โดยผลการตรวจร่างกาย แพทย์มีความเห็นว่าสามารถเดินทางได้ และไม่ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล จึงส่งตัวให้ยังกองกำกับการ 3 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (บก.สส.สตม.) เพื่อดำเนินการผลักดันออกนอกประเทศตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ต่อไป


