ศปช.เตือน 6 อำเภอ ริมแม่น้ำกก-เชียงราย ขนของขึ้นที่สูง 2-9 ต.ค. ฝนตกหนัก คาดระดับน้ำจะขึ้นสูงกว่าตลิ่ง 1.18 เมตร ในวันที่ 4 ต.ค.นี้

เมื่อวันที่ 2 ต.ค.67 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และโฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) เปิดเผยว่า

จากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่รายงานว่าจะมีฝนตกหนักในพื้นที่ตอนบนของประเทศในช่วงวันที่ 1-3 ต.ค.นี้ ประกอบกับการติดตามปริมาณฝนของ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) พบว่าปริมาณฝนสะสม 24 ชม. บางจุดของ จ.เชียงราย สูงถึง 195 มล. รวมทั้งจะมีบางส่วนตกในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำกก ที่ไหลผ่าน จ.เชียงใหม่ และไหลลงสู่แม่น้ำโขงที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

นายจิรายุ กล่าวว่า จากปริมาณฝนดังกล่าว ทำให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) คาดการณ์พื้นที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำกกเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำตามแนวลำน้ำรวม 147.14 ตร.กม. ในพื้นที่ 6 อำเภอของจ.เชียงราย ได้แก่

  • อ.เมืองเชียงราย (ต.เวียง ต.แม่ข้าวต้ม ต.แม่ยาว ต.ดอยฮาง ต.ท่าสาย ต.นางแล ต.บ้านดู ต.รอบเวียง ต.ริมกก ต.สันทราย)
  • อ.เวียงชัย (ต.เวียงเหนือ ต.เวียงชัย)
  • อ.เวียงเชียงรุ้ง (ต.ดงมหาวัน ต.ทุ่งก่อ)
  • อ.แม่จัน (ต.ท่าข้าวเปลือก)
  • อ.ดอยหลวง (ต.โชคชัย ต.ปงน้อย ต.หนองป่าก่อ)
  • อ.เชียงแสน (ต.เวียง ต.โยนก ต.บ้านแซว)

ทั้งนี้ เนื่องจากพื้นที่บางส่วน ยังอยู่ระหว่างฟื้นฟูผลกระทบจากน้ำท่วมในครั้งก่อน บางจุดการระบายน้ำยังสามารถทำได้จำกัด อาจทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงอย่างรวดเร็วในช่วงวันที่ 2–9 ต.ค.67 โดยคาดว่าระดับน้ำจะขึ้นสูงกว่าตลิ่ง 1.18 เมตร ในวันที่ 4 ต.ค.นี้

“ขณะนี้ ศปช.แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบความมั่นคงของคันกั้นน้ำบริเวณจุดเสี่ยง รวมทั้งประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ริมแม่น้ำกกให้ยกของขึ้นที่สูง เพื่อลดผลกระทบจากระดับน้ำที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขอให้ผู้ที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด” นายจิรายุ กล่าว

นายจิรายุ กล่าวด้วยว่า จากการที่ ศปช.ส่วนหน้า ติดตามการแก้ปัญหาขยะตกค้างในพื้นที่ จ.เชียงราย ซึ่งเริ่มส่งกลิ่นรบกวนการใช้ชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ขณะนี้พบว่า ในพื้นที่ จ.เชียงราย สามารถเพิ่มอัตราการขนขยะจากเดิมอยู่ที่ 1,000 ตัน/วัน เพิ่มเป็น 1,300 ตัน/วัน ส่วนในพื้นที่ อ.แม่สาย ปัจจุบันจัดการขนขยะยังทำได้จำกัดเนื่องจากถูกกลบทับด้วยโคลน จึงมีอัตราการขนขยะอยู่ที่ 100 ตัน/วัน ซึ่งคาดว่าหากเพิ่มอัตราการขนขยะได้เป็น 150 ตัน/วัน จะทำให้ทั้ง 2 พื้นที่ สามารถดำเนินการขนขยะได้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 31 ต.ค.67

”ตอนนี้ในพื้นที่ประสานขอรับการสนับสนุนจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยเทศบาลนครเชียงราย ต้องการรถพ่วง 20 ตัน จำนวน 10 คัน ส่วนเทศบาลตำบลแม่สายต้องการรถแบ็กโฮ 4 คัน และรถตักตีนตะขาบอีก 4 คัน หากทาง ปภ.ประสานได้มาตามจำนวนนี้ เราจะสามารถเคลียร์พื้นที่จบได้ตามเป้า สิ้นเดือนตุลาคม ชาวเชียงรายจะได้กลับมาใช้ชีวิตตามปกติ” นายจิรายุ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน