เทศนครปากเกร็ด เดินหน้าจัดประเพณีตักบาตรพระสงฆ์ทางเรือ ครั้งที่ 32 ต่อ ไม่หวั่นแม้มวลน้ำเจ้าพระยาจะสูงขึ้น มีมาตราการรองรับ
วันที่ 3 ต.ค.2567 ที่ห้องประชุมเทศบาลนครปากเกร็ด นายวิชัย บรรดาศักดิ์ นายกเทศบาลนครปากเกร็ด พร้อมด้วย นางปริญดา เชาว์อรัญ รองปลัดเทศบาลนครปากเกร็ด, นายรัตาพร พรพิพิธ ผู้แทนนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะเกร็ด และนายธนิต สุขทอง ตัวแทนภาคประชาชน
ร่วมกันแถลงข่าวงานประเพณีตักบาตรพระสงฆ์ทางเรือ ประจำปี 2567 หรือครั้งที่ 32 ขึ้นในระหว่างวันที่ 17-18 ตุลาคม 2567 โดยจะมีการทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ทางเรือ บริเวณท่าเทียบเรือวัดบางจาก ท่าเทียบเรือวัชรีวงศ์ ท่าเทียบเรือวัดตำหนักเหนือ ท่าเทียบเรือวัดเกาะพญาเจ่ง ท่าเทียบเรือวัดปรมัยยิกาวาส วรวิหาร และท่าเทียบเรือวัดสนามเหนือ

เทศนครปากเกร็ด เดินหน้าจัดประเพณีตักบาตรประสงฆ์ทางเรือ ครั้งที่ 32 ต่อ ไม่หวั่นแม้มวลน้ำเจ้าพระยาจะสูงขึ้น มีมาตราการรองรับ
โดยจะมีเรือรับบิณฑบาตจากชุมชนต่างๆในอำเภอปากเกร็ด จัดแต่งเรือพร้อมขบวนแห่อัญเชิญพระพุทธรูปไม้แกะสลักปางเปิดโลกตามประเพณีที่สืบทอดกันมา ภายในยังมีการแสดงนิทรรศการประวัติความเป็นมาของงานประเพณีตักบาตรพระสงฆ์ทางเรือ สาธิตการทำอาหารพื้นบ้าน
การออกร้านค้าจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนและอาหารพื้นบ้าน รวมถึงการแสดงศิลปของวัฒนธรรมไทยมอญ การแสดงจากคณะลิเกชื่อดัง ณ บริเวณท่าน้ำปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
นายวิชัย กล่าวว่า งานประเพณีตักบาตรพระสงฆ์ทางเรือ หรือการตักบาตรทางน้ำ เป็นการทำบุญปวารณาออกพรรษาในวัน แรม 1 ค่ำ เดือน 11 ในสมัยอดีตถือว่าเป็นการทำบุญที่สำคัญ รองลงมาจากการทำบุญสงกรานต์
โดยชาวรามัญหรือชาวมอญ เชื่อว่าวันนี้เป็นวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ลงมายังโลกมนุษย์ จึงมีการตักบาตรที่ริมน้ำหน้าวัดสำคัญของชุมชนชาวมอญ เรียกว่า “ตักบาตรพระร้อย” หรือ “ตักบาตรทางเรือ”
เนื่องจากวันนี้จะมีพระสงฆ์จากวัดต่าง ๆ มารับบิณฑบาตตั้งแต่เช้าจากชาวบ้านที่รอเตรียมใส่บาตรอยู่ทั้งสองฟากฝั่งแม่น้ำ โดยเรือแต่ละลำจะตกแต่งสวยงาม และจะมีเหล่าฝีพาย และร้องรำทำเพลงสนุกสนานครึกครื้น ทำให้การตักบาตรทางน้ำมีสีสัน สนุกสนาน มีการให้จังหวะประกอบในการกำกับจังหวะการพายเรือตามแบบมอญดั้งเดิม ซึ่งประเพณีดังกล่าวจะหาชมได้ยากยิ่งในปัจจุบัน
นายวิชัย กล่าวอีกว่า เทศบาลนครปากเกร็ดได้กำหนดจัดงานประเพณีตักบาตรพระสงฆ์ทางเรือ เพื่อสืบสานและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีของชาวไทยเชื้อสายรามัญไว้ ให้อยู่คู่ชาวปากเกร็ดและชาวไทยสืบต่อไป
โดยประสานความร่วมมือกับชุมชน หน่วยงาน และวัดต่าง ๆ ในเขตอำเภอปากเกร็ด ซึ่งในปีนี้มีเรือรับบิณฑบาตตกแต่งสวยงามมาจากชุมชนในอำเภอปากเกร็ด จำนวน 29 ลำ ประกอบด้วย ไผ่ล้อม 2 ชุมชนหมู่ 1 เกาะเกร็ด ขุนศึกวัดโพธิ์บ้านอ้อย จิตอาสาปากเกร็ดร่วมใจ หมู่ 3 คณะศิษย์ท่านเจ้าคุณ อดีตเจ้าอาวาสวัดปรมัยฯ รร.วัดปรมัยยิกาวาสฯ
หมู่บ้านคลองศาลากุล ชุมชนบ้านโอ่งอ่าง หมู่ 7 ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 วัดเสาธงทอง วัดสนามเหนือ วัดไผ่ล้อม 1 ชุมชนหมู่ 6 เกาะเกร็ด วัดปรมัยยิกาวาส กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี นครปากเกร็ด วัดศาลากุล กำนันเกาะเกร็ด หมู่ 3 ชมรมพ่อบ้านแม่บ้าน หมู่ 2 เกาะเกร็ด,
อบต.บางตะไนย์ ชุมชนปากเกร็ดร่วมใจ 5 สภาวัฒนธรรมอำเภอปากเกร็ด ชุมชนวัดตาล กำนันผู้ใหญ่บ้าน ต.บางตะไนย์ สมาคมไทย-รามัญ ชุมชนวัดเตย นายก อบต.เกาะเกร็ด ชุมชนวัดบางจาก และศิษย์วัดบางจาก เพื่อเป็นการร่วมอนุรักษณ์ประเพณีเชื้อสายชาวรามัญให้คงอยู่สืบต่อไป
ส่วนประเด็นเรื่องมวลน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีปริมาณมากกว่าปกติเพราะมีการเร่งระบายน้ำลงมานั้น ทางเทศบาลได้เตรียมทางเดินริมเขื่อนที่มีความแข็งแรงไว้อยู่แล้ว รวมทั้งเรือตรวจการณ์ตามท่าเรือต่างๆที่เข้าร่วมงานประเพณีในครั้งนี้
โดยชาวอำเภอปากเกร็ดที่อาศัยอยู่ตามริมแม่น้ำเจ้าพระยาเองก็มีความคุ้นเคยกับเรื่องน้ำอยู่แล้ว ดังนั้นชาวบ้านในอำเภอปากเกร็ดทุกชุมชนไม่ได้หนักใจเรื่องมวลน้ำ แต่ต้องการสืบสานอนุรักษ์ประเพณีดีงามนี้ให้อยู่คู่กับอำเภอปากเกร็ดสืบทอดกันไปมากกว่า ซึ่งใน 1 ปี จะมีการจัดงานประเพณีตักบาตรพระสงฆ์ทางเรือแค่เพียงครั้งเดียว

