จับ สาวหล่อบัญชีม้า อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ทูตไทยในแคนาดา ยัดข้อหาพาสปอร์ตปลอมให้เด็กนักเรียนนอก ลวงโอนเงิน หลงเชื่อสูญ 6 ล้าน!!
ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท.ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร.ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชน ชุดลาดตระเวนออน์ไลน์สืบนครบาลสืบสวนพบองค์กรอาชญากรรม call center ที่มีพฤติการณ์ฉ้อโกง หรือหลอกลวงประชานในสังคม จนสร้างความเสียหายให้แก่ประชาชนเป็นวงกว้าง
เมื่อวันที่ 3 ต.ค.67 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น.
สั่งการให้ พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากรณ์ รอง ผกก.ฯ พ.ต.ต.สุนทร ทองพงษ์เนียม สว.กก.สส.1ฯ, ร.ต.อ.ปรัชญา โคตรสาขา รอง สว.กก.สส.1 ร่วมกันจับกุมตัว น.ส.ปภัสศร (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 4691/2567 ลงวันที่ 25 ก.ย.2567
ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตัวเป็นบุคคลอื่น ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” จับกุมได้ที่ ภายในบ้านพักแห่งหนึ่ง หมู่ 1 ต.ประจันตคาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 2 ต.ค.เวลาประมาณ 12.30 น. ที่ผ่านมา
สืบเนื่องจาก ช่วงประมาณ กลางเดือน เม.ย.67 ผู้เสียหายได้รับแจ้งจากลูกชายของตน ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ต่างประเทศ (แคนนาดา) ว่า ขณะที่ลูกของผู้เสียหายกำลังศึกษาอยู่ ณ เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนนาดา มีกลุ่มมิจฉาชีพโทรศัพท์ติดต่อมา โดยอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูตประเทศไทย ประจำประเทศแคนนาดา อ้างว่าลูกชายของผู้เสียหายมีพาสปอร์ตปลอม หลังจากผู้เสียหายหลงเชื่อ
กลุ่มมิจฉาชีพจึงโอนสายต่อให้พูดคุยกับอีกบุคคลหนึ่งโดยอ้างว่า เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสอบสวนกลาง โดยออกอุบายว่าให้ ทางลูกของผู้เสียหายโอนเงินมาเพื่แตรวจสอบเส้นทางการเงินว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็น กับพฤติการณ์การกระทำความผิดดังกล่าว ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อ โอนเงินชื่อบัญชีของลูกชายให้ไปยังบัญชีม้าจำนวน 4 บัญชี เป็นเงินกว่า 6,000,000 บาท โดยหนึ่งในนั้นโอนเงินเข้าบัญชีของน.ส.ปภัสศร ผู้ถูกจับ เป็นมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท
หลังจากนั้น เมื่อผู้เสียหายพบความผิดปกติ จึงรู้ว่าถูกหลอก จึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ประชาชื่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวดังกล่าว
จากการสอบถามผู้ถูกจับให้การรับสารภาพว่า เมื่อประมาณต้นปี 2567 ตนถูกเพื่อนสาวคนสนิทชักชวนให้ไปทำงานย่านปอยเปต ประเทศกัมพูชา โดยหลอกให้ตนเปิดบัญชีออนไลน์ จำนวน 3 ธนาคาร โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินรวม 6,000 บาท ก่อนที่จะเดินทางออกนอกประเทศโดยใช้ช่องทางธรรมชาติ
จากนั้นเมื่อตนเดินทางไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมกับคนอื่นอีกประมาณ 2-3 คน และถูกกักตัวให้อยู่แต่ภายห้องแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน โดยพักอาศัยอยู่ร่วมกันทั้งชาย-หญิงกว่า 10 ราย ซึ่งแต่ละรายก็ถูกหลอกให้เปิดบัญชีคนละอย่างน้อย 2-3 ธนาคาร ในระหว่างที่ตนพักอยู่ที่นั้น ทางกลุ่มมิจฉาชีพมิได้ว่าจ้างให้ตนทำงานแต่อย่างใด
โดยแต่ละวันเพียงให้ตนกับกลุ่มคนที่พักอยู่ด้วยกันนั้น ยืนยันตัวบุคคลด้วยใบหน้าทางโทรศัพท์เท่านั้น ซึ่งตนอาศัยอยู่ที่นั้นได้เพียง 3 วัน กลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวแจ้งว่าให้กลับบ้านได้ จากนั้นกลุ่มบุคคลดังกล่าวทิ้งให้ตนกลับภูมิลำเนาเอง จนมีเงินติดตัวเหลือเพียงประมาณ 2,000 กว่าบาท
หลังจากนั้นตนก็ไม่สามารถติดต่อเพื่อนสาวคนสนิทได้อีกเลย จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ รู้สึกเสียใจ สำนึกในสิ่งที่ตนเองกระทำ เพียงเพราะต้องการ “เงิน” เท่านั้น และไม่คิดว่าตนเองจะมาลงเลยแบบนี้
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงควบคุมตัวนางสาวปภัสศร นำส่ง พงส.สน.ประชาชื่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ฝากเตือนไปยังประชาชนและบุคคลทั่วไปทุกท่าน ควรระลึก และมีสติทุกครั้ง ก่อนที่ท่านจะเปิดบัญชีธนาคาร เปิดซิมโทรศัพท์ ให้แก่บุคคลอื่น บุคคลแปลกหน้า ที่ท่านไม่รู้จัก หรือเพิ่งจะรู้จัก หรือบุคคลที่เคยพูดคุยและติดต่อทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยให้ท่านพึงระลึกไว้เสมอว่า บุคคลเหล่านี้คือ “มิจฉาชีพ” ที่จ้องจะหาผลประโยชน์
มิฉะนั้นท่านอาจตกเป็นเหยื่อของเหล่ามิจฉาชีพพวกนี้ หรือที่เรียกว่า “บัญชีม้า” หรือ “ซิมผี” ก็เป็นไปได้ ซึ่งถือว่าท่านอาจตกเป็นผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย ซึ่งมีอัตราโทษทั้งโทษจำและโทษปรับ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
หากท่านพบเห็นเหตุสามารถแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบสวนนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท.ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.

