อธิบดีกรมศิลปากร เผย เวียงกุมกาม เมืองโบราณสมัยล้านนา ถูกน้ำท่วม พบ 14 วัดเสียหาย วัดกู่เตี้ย หนักสุด เป็นที่ต่ำถูกน้ำแรงซัดต่อเนื่อง ยังเข้าไปสำรวจไม่ได้

เมื่อวันที่ 7 ต.ค.67 นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามผลกระทบของสถานการณ์อุทกภัยที่มีต่อโบราณสถานสำคัญของจังหวัด พบว่าพื้นที่เวียงกุมกาม ที่เป็นเมืองโบราณสมัยพญามังรายปฐมกษัตริย์ล้านนา ที่ตั้งอยู่ในอำเภอสารภี ถูกน้ำท่วมหนักสุดและยังไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่เพื่อสำรวจความเสียหายได้

เบื้องต้นตัดระบบไฟฟ้ายังศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวชั่วคราวไว้ ซึ่งภายในพื้นที่ มีโบราณสถานที่เป็นวัดโบราณมากถึง 14 แห่ง ถูกน้ำท่วม หนักสุดคือวัดกู่เตี้ย ที่เป็นพื้นที่ต่ำถูกกระแสน้ำแรงซัดต่อเนื่อง คาดว่าน้ำจะลดระดับลงภายใน 3- 4 วัน

จากนั้นเจ้าหน้าที่จะเร่งเข้าไปสำรวจความเสียหาย สำหรับวัดโบราณภายในพื้นที่เวียงกุมกาม ส่วนใหญ่ใช้อิฐใหม่ในการบูรณะซ่อมแซม มีการเสริมตัวฐานรากช่วยลดความเสี่ยงของการพังทลายการซ่อมแซม อาจจะนำอิฐใหม่เปลี่ยนอิฐที่เปื่อยจากการแช่น้ำ

นายพนมบุตร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังลงพื้นที่สำรวจความเสียหายที่วัดผาลาดเชิงดอยสุเทพ ที่เป็นโบราณสถานที่มีนักท่องเที่ยวเข้าชมจำนวนมาก พบความเสียหายจากการแรงปะทะของน้ำเข้ากับตัวโบราณสถาน และสถาปัตยกรรมภายในพื้นที่ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความชื้นของพระพุทธรูป และโบราณวัตถุต่างๆ

พร้อมกันนี้ยังให้วางแผนออกแบบผังเบี่ยงน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาระยะยาวเพื่อลดแรงปะทของน้ำหลากเข้าโบราณสถานโดยตรง พร้อมกันนี้ยังสำรวจวัดอุโมงค์ บริเวณเชิงดอยสุเทพ ที่พบปัญหาความชื้นสะสม ที่น่าห่วง คือภายในมีจิตรกรรมฝาผนังรอบบริเวณ ที่จะได้รับความเสียหาย จึงมอบหมายให้สำนักศิลปากรเชียงใหม่ จัดแผนเตรียมความพร้อมภายหลังน้ำลดให้เร่งเข้าสำรวจพื้นที่

จากนั้นจัดแผนการบูรณะโดยใช้งบประมาณฉุกเฉินของกรมศิลปากร ซ่อมตามความจำเป็นเน้นความเสียหายหนักบูรณะก่อน ควบคู่กับการจัดแผนรับมือพื้นที่เสี่ยงรับน้ำลุ่มเจ้าพระยา จ.พระนครศรีอยุธยา ที่เบื้องต้นยังไม่ได้รับความเสียหาย แต่อย่างใดแต่กำชับให้สำนักศิลปากรอยุธยา และอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา รายงานสถานการณ์และรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

ภาพ เฟซบุ๊ก เวียงกุมกาม – Wiang Kum Kam

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน