ครม. เห็นชอบเงินเยียวยาน้ำท่วม ครัวเรือนละ 9,000 บาท ยันน้ำไม่ท่วมเหมือนปี 54 แน่นอน ชี้น้ำเขื่อนภูมิพลยังอยู่ปริมาณเหมาะสม ระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยายังไม่มีปัญหา

เมื่อเวลา 10.40 น. วันที่ 8 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการเรื่องการปรับเกณฑ์การเยียวยาน้ำท่วม ที่ผ่านมากำหนดกรอบจ่ายครัวเรือนละ 5,000 บาท 7,000 บาท และ 9,000 บาท ต่อครัวเรือน แต่ครม.เห็นว่าพื้นที่ที่เกิดอุทกภัยมีทั้งสิ้น 57 จังหวัดทั่วประเทศ

ดังนั้น ประชาชนทุกคนมีสิทธิ์รับเงินเกณฑ์เดียวคือครัวเรือนละ 9,000 บาท จึงขอให้ท่านติดตามตรวจสอบจากจังหวัดของท่าน ซึ่งไม่รวมกรณีบ้านพังทั้งหลัง บาดเจ็บ ล้มตาย และพืชผลทางการเกษตรเสียหาย

นอกจากนี้ นายกฯยังสั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.) และศปช.ส่วนหน้า จ.เชียงราย บอกต้องประชุมทุกวันเพื่อจะได้ออกประกาศเตือนพี่น้องประชาชน

ขณะที่กระทรวงกลาโหมรายงานว่าที่ จ.เชียงรายและ จ. เชียงใหม่ ได้ขนย้ายสัตว์ต่างๆออกจากพื้นที่แล้ว และมีรายงานว่ามีช้างล้ม 2 เชือก โดยจะใช้วิธีการเผา นอกจากนี้ กระทรวงที่เกี่ยวข้องส่งเจ้าหน้าที่ไปช่วยเหลือในพื้นที่ประสบอุทกภัยใน จ.เชียงใหม่ ไม่ว่าการซ่อมสร้าง และนายกฯ ยังขอให้มีโรงครัวไว้ถึงสิ้นเดือน แต่หากถึงเวลายังมีพี่น้องประสบภัยยังต้องการอาหารก็ให้คงโรงครัวไว้

ขณะที่ กระทรวงมหาดไทยรายงานว่า ขณะนี้ให้บริษัทที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคม เข้าไปช่วยเหลือในพื้นที่ เช่น บริษัททำรถไฟรางคู่ให้นำเครื่องมือไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ส่วนสถานการณ์ล่าสุดในพื้นที่ จ.ลำพูน บางพื้นที่มีน้ำท่วม 15 – 30 ซม. คาดว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่อง

ส่วนสถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพล น้ำที่มาจาก จ.เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และตาก เขื่อนยังสามารถรับน้ำได้ ซึ่งปริมาณน้ำในเขื่อนยังอยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยประชาชนท้ายเขื่อน และกทม. สามารถติดตามข่าวสารได้อย่างใกล้ชิด และยืนยันว่าน้ำจะไม่ท่วมเหมือนปี 54 แน่นอน เพราะการระบายน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ยังระบายน้ำได้ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

นอกจากนี้ ยังมีการสั่งการเรื่องการบริหารจัดการน้ำท้ายเขื่อนทั่วทุกภูมิภาค ให้คำนวณด้านการปล่อยน้ำให้เหมาะสม แม้จะใกล้เข้าสู่ปลายฝนต้นหนาวแล้ว แต่ยังให้มีการติดตามอย่างต่อเนื่องถึงวันที่ 1พ.ย. เพื่อประเมินอีกครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน