ตร.รอผลเลือด ฆ่ายกครัว 4 ศพ ครอบครัวอดีต สท.สงขลา พิสูจน์ถูกวางยาสลบหรือไม่ ยิงผ่านหมอน 3 ศพ ชาวบ้านเผยได้ยินเสียงปืนแค่นัดเดียว คาดเครียดปมหนี้สิน

กรณีภรรยาใช้อาวุธปืน 9 มม.ยิงสามี ลูกชาย อายุ 16 ปี และลูกสาวอายุ 18 ปี ก่อนใช้อาวุธปืนก่อเหตุสลด เป็นคนสุดท้าย 4 ศพ ภายในบ้านพักใน อ.เมือง จ.สงขลา โดยเป็นครอบครัวของ นายไชยชาญ อดีต สท.เทศบาลนครสงขลา พบว่าน่าจะมาจากปัญหาหนี้สิน เนื่องจากภรรยาเคยโทรไปเล่าให้น้องสาวฟัง และน่าจะวางยานอนหลับก่อนที่จะลงมือก่อเหตุ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้า คดีฆ่ายกครัว 4 ศพ เมื่อวันที่ 8 ต.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศที่บ้านเกิดเหตุ ในเขตเทศบาลนครสงขลา ยังคงปิดเงียบมีเพียงญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิต มาเก็บสิ่งของเครื่องใช้บางอย่างออกจากบ้าน ซึ่งน่าจะนำไปใช้ประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลศพของทั้ง 4 คน โดยศพของทั้ง 4 คนขณะนี้ยังคงอยู่ที่โรงพยาบาลสงขลา โดยญาติจะนำออกจากโรงพยาบาล ไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลที่วัดแหลมทราย ในเมืองสงขลาพร้อมกันทั้ง 4 คน

ส่วนประเด็นข้อสงสัยว่า ภรรยาจะมีการวางยาสามีและลูกทั้ง 2 คนและตัวเอง ก่อนลงมือก่อเหตุหรือไม่นั้น เพราะว่าสภาพศพทั้ง 3 คนมีการเอาหมอนมารองยิงที่ศีรษะและไม่มีร่องรอยของการต่อสู้ขัดขืนหรือดิ้นรนอะไร ก่อนที่ภรรยาจะก่อเหตุสลดตามเป็นคนสุดท้าย ซึ่งขณะนี้กำลังรอผลการตรวจพิสูจน์เลือดของทั้ง 4 คน ที่ส่งไปพิสูจน์ที่ฝ่ายนิติเวชของโรงพยาบาลสงขลา ซึ่งยังไม่ออกมา

ผู้สื่อข่าวสอบถาม เพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียง บอกว่า รู้จักและสนิทสนมกับนายไชยชาญเป็นอย่างดี เพราะเป็นคนอัธยาศัยดี พูดคุยกันทุกวัน แต่ว่าตัวภรรยาค่อนข้างเก็บตัวเงียบในบ้าน ไม่ค่อยได้พูดคุยกัน

ปกติช่วงเย็นๆนายไชยชาญ จะออกจากบ้านมาเดินออกกำลังกายทุกวัน แต่เมื่อวานนี้ไม่ได้ออกมา และมารู้อีกทีตอนเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้ว จากการสอบถามชาวบ้านได้ยินเสียงปืนแค่นัดเดียวเท่านั้น น่าจะเป็นนัดสุดท้ายที่ภรรยาก่อเหตุสลด ส่วนอีก 3 นัดไม่ได้ยิน

นายเอกชัย ศิริพันธ์ ส.อบจ.สงขลา เขต อ.เมือง กล่าวว่า ตนเรียนด้วยกันกับนายไชยชาญตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา และทำงานการเมืองมาด้วยกัน เป็นคนอัธยาศัยไมตรีดีกับเพื่อน และยังช่วยเหลือประชาชนตลอดเวลา ส่วนภรรยามีฐานะค่อนข้างดี ลาออกจากพนักงานเทศบาลมาเป็นแม่บ้าน จนเกิดเหตุไม่คาดคิดว่าเกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้นกับครอบครัวนี้ น่าจะมาจากปัญหาหนี้สิน

นายสมชาย เมฆาอภิรักษ์ อดีตรองนายก ทน.สงขลา กล่าวว่า ตนทำงานร่วมกันกับนายไชยชาญและภรรยา ขณะที่อยู่สำนักงานเทศบาล เป็นคนอัธยาศัยไมตรีดี ส่วนภรรยามีฐานะค่อนข้างดีได้ลาออกจากพนักงานเทศบาลมาเป็นแม่บ้าน ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้นกับครอบครัว น่าจะมาจากปัญหาการลงทุนเกี่ยวกับหุ้นต่างประเทศ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน