หนุ่มป่วยติดเตียง วอนรัฐช่วย ตกเป็นเหยื่อร่วมขบวนการ บัญชีม้า อดรับเงินหมื่น และเบี้ยคนพิการ น้องสาวโดนด้วย เผยบุกบ้านมาสแกนหน้า
วันที่ 12 ต.ค. 2567 นายชินกร แก่นคง นายอำเภอเมืองขอนแก่น พร้อมด้วย นายพงศ์ธร พิศาพิทักษ์กุล นายกเทศมนตรีตำบลพระลับ,นายวินัย ทองทัพ กำนัน ต.พระลับ,นายนิทัสน์ บุญพร้อม ผญบ.ม.9 บ.เลิงเปือย,พ.ต.ท.จิรัฐเกียรติ ศรวิเศษ รอง ผกก.ฯหน.สภ.ย่อยพระลับ และเจ้าหน้าที่ จาก ทต.พระลับ
ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ม.9 ต.พระลับ อ.เมืองขอนแก่น โดยพบกับนายวัชกร พันธ์แก้ว อายุ 39 ปี ซึ่งเข้าร้องเรียนต่อ เทศบาลตำบลพระลับว่าไม่สามารถถอนเงินตามโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ 10,000 บาท ผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการได้
รวมทั้งเงินอุดหนุนคนพิการที่ได้รับการจัดสรรก็ไม่สามารถถอนเงินมาใช้ได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งอายัดบัญชีและดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกง หลังตกเป็นเหยื่อร่วมขบวนการเปิดบัญชีม้า
นายวัชกร กล่าวว่า หลังป่วยเป็นผู้ป่วยติดเตียงก็พยายามที่จะหารายได้ช่วยเหลือครอบครัว ด้วยการหางานหรือค้นหาข้อมูลที่จะมีรายได้เสริมมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จนกระทั่งไปเข้าไปพูดคุยกับเพจแห่งหนึ่งเรื่องเทรดหุ้น และร่วมลงทุน
โดยระบุว่าเพียงแค่เปิดบัญชีร่วมลงทุนก็ได้รับเงินแล้ว จึงชวนน้องสาวมาร่วมด้วย จากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่อ้างว่ามาจากธนคาร “ก” มาถึงบ้านทำการสแกนใบหน้าและจัดเก็บข้อมูลและเอกสารต่าง ๆ ทั้งตนและน้องสาว ซึ่งเมื่อทำการเปิดบัญชีเสร็จ ก็ได้รับเงินค่าตอบแทนทันที 300 บาท
จากนั้นเจ้าหน้าที่ธนาคารหรือเพจที่ชักชวนลงทุนก็ไม่สามารถติดต่อใด ๆ ได้ จนกระทั่งเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา มีหมายเรียกจาก สภ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี ส่งมาถึงตนและน้องสาว โดยระบุว่าเป็นผู้ต้องหาร่วมขบวนการฉ้อโกง หรือบัญชีม้า
ด้วยความกลัว คุณแม่จึงไม่รับหมาย และไม่ติดต่อใด ๆ ตามเอสการที่ได้รับเพราะไม่รู้ว่าจะเป็นตำรวจจริงหรือไม่ จากนั้นก็ค้นหาชื่อตัวเองในโลกออนไลน์ก็พบถูกระบุว่าเป็นบุคคลอันตราย ห้ามโอนเงินให้ หรือร่วมทำธุรกรรมใด ๆ ทั้งที่ตนไม่ได้ทำอะไรเลย และน้องสาวก็ไม่ได้ทำอะไร ทุกวันนี้เดือดร้อนมาก จากการตกเป็นเหยื่อของขบวนการบัญชีม้า
ทั้งในเรื่อของคดีความที่ไม่สามารถเดินทางไปพบตำรวจเพราะป่วยติดเตียง อีกทั้งบัญชีธนาคารออมสิน ที่รับเงินคนพิการเดือนละ 800 บาท และเงิน 10,000 บาทที่ได้รับก็ไม่สามารถถอนมาใช้จ่ายใดๆได้ เคยให้คุณแม่ไปติดต่อที่ธนาคาร และพยามยามที่จะติดต่อไปธนาคารทางโทรศัพท์ก็ได้รับคำตอบว่าไม่สามารถถอนเงินได้เพราะบัญชีถูกตำรวจอายัดไปแล้ว
รวมทั้งน้องสาว ที่ต้องรับเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดก็ไม่สามารถถอนเงินได้เช่นกัน เพราะตกเป็นเหยื่อบัญชีม้าและถูกอายัดบัญชีไปด้วย จึงอยากแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าตกเป็นเหยื่อบัญชีม้า เป็นผู้ป่วยติดเตียงไม่ได้ไปหลอกใคร
ต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือให้ได้รับเงินเพื่อมาซื้อแพมเพอร์ส มาซื้อยา มาใช้จ่ายในครอบครัวเพราะมีเพียงคุณแม่ที่เสาหลักหาเงินมาเลี้ยงตนเองและน้องสาว ซึ่งน้องสาวไม่กล้าออกไปไหนเพราะรู้ว่ากำลังถูกตำรวจจับกับสิ่งที่ตกเป็นเหยื่อด้วย
ขณะที่นายชินกร แก่นคง นายอำเภอเมืองขอนแก่น กล่าวว่า ขณะนี้ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นพบว่าเจ้าตัวมีคดีจริง ซึ่งได้ประสานงาร่วม สภ.ย่อยพระลับ ประสานงานกับร้อยเวรเจ้าของคดี เนื่องจากนายวัชรกร เป็นผู้ป่วยติดเตียงและแสดงตนว่าตกเป็นเหยื่อของขบวนการบัญชีม้า ซึ่งต้องแยกเป็นแต่ละเรื่องในทางคดีไป
เพื่อนำไปสู่การได้รับสิทธิตามที่รัฐบาลได้มอบให้กับผู้พิการและกลุ่มเปราะบาง ซึ่งทราบว่าเงิน 10,000 บาท และเงินคนพิการนั้นมีการโอนเข้าบัญชีธนาคารแล้ว แต่ไม่สามรถถอนเงินมาใช้จ่ายได้ด้วยข้อกฎหมาย
ขณะที่เงินคนพิการนั้นได้มอบให้เทศบาลฯแก้ไขเรื่องการรับเงินคนพิการตามกรอบอำนาจหน้าที่ ดังนั้นคณะทำงานแก้ไขปัญหาร่วมระหว่างเทศบาลฯ,ตำรวจและฝ่ายปกครองและธนาคารจะประสานการทำงานร่วมกันทุกฝ่าย
ขอย้ำเตือนประชาชนว่าของฟรี ของถูก นั้นต้องตรวจสอบให้ดี และตรวจสอบให้ชัดเจนเพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการถูกหลอกแบบผู้ป่วยติดเตียงรายนี้เพราะการอายัดบัญชี ตำรวจต้องอายัดทั้งหมดไม่ว่าคุณจะมีบัญชีอะไรบ้าง
ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางกฎหมายก็ต้องสอบเจตนาตามขั้นตอนของตำรวจ ซึ่งจะต้องละเอียด รัดกุมและรอบคอบ อย่างไรก็ตามรัฐบาลมีความชัดเจนและปราถนาดีในการสนับสนุนเงิน 10,000 บาท เพื่อให้กลุ่มคนพิการ และกลุ่มเปราะบาง ได้นำมาใช้จ่าย มากระตุ้นเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ ดังนั้นเรื่องนี้จึงเป็นกรณีตัวอย่างที่อำเภอจะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไป



