สาวโพสต์เตือนภัย ขับรถอยู่ในลานจอดรถ แต่ถูกชายปริศนา วิ่งพุ่งมาชนรถจนกระจกข้าง ได้รับความเสียหาย เมื่อถามถึงความปลอดภัยกับสถานที่ ได้รับคำตอบว่า “ไม่ได้มีรปภ. ทุก จุด ถ้าจะให้คอยตามจับคนบ้า คงต้องไปตามจับทั้งประเทศ”

วันที่ 23 ก.ค.69 คุณลูกแก้ว ผู้เสียหาย ได้เปิดใจกับ “ข่าวสดออนไลน์” ออกมาเปิดเผยเหตุการณ์เตือนภัย หลังขับรถยนต์เข้าไปจอด บริเวณลานจอดรถแห่งหนึ่ง แล้วถูกชายปริศนาพุ่งชนรถอย่างแรง จนได้รับความเสียหาย กระจกมองข้างหักและตัวแก้มรถบุบ

เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบพฤติกรรมสุดแปลก ชายคนดังกล่าววิ่งพุ่งชนรถมาแล้วหลายคัน พร้อมกับตั้งคำถามถึงมาตรการความปลอดภัยของสถานที่ และความล่าช้าในการดำเนินคดีของตำรวจ

คุณลูกแก้ว กล่าวว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 ก.ค.69 เวลาประมาณ 10:30 น. ตนขับรถไปทำงานตามปกติ และเลี้ยวเข้าลานจอดรถ ระหว่างขับหาที่จอด ก็ใช้ความเร็วต่ำมาก เพราะต้องมองหาช่องจอดรถที่ว่าง

แต่ในระหว่างที่กำลังขับอยู่นั้น มีชายวัยทำงาน รูปร่างใหญ่ วิ่งพุ่งเข้ามาชนข้างรถอย่างแรง จนรถสั่นสะเทือน กระจกมองข้างหักพับ และตัวถังรถบุบ ในจุดเกิดเหตุไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) มีเพียงแม่บ้านและผู้ชายยืนอยู่ไกลๆ ซึ่งตนก็ไม่กล้าเข้าใกล้เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตราย

หลังจากเกิดเรื่อง ตนก็โทรหาประกันของรถ เล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ก่อนที่ประกันมาหา และก็ไปประสานงานกับช่างของโครงการเพื่อขอดูวงจรปิด พบว่า ชายคนดังกล่าวมีลักษณะหมุนไปหมุนมา ไม่แน่ใจว่า สติไม่ค่อยปกติ และก่อนหน้าจะพุ่งชนรถของตน

ซึ่งทราบมาว่า ชายคนนี้เคยวิ่งด้วยความเร็วสูงพุ่งใส่รถคันอื่นมาแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง ต่อมาตนก็มาถามข้อมูลจากแม่บ้าน ก็ไม่มีใครทราบเลยว่าผู้ชายคนดังกล่าวเป็นใคร

หลังจากนั้น ตนก็เข้าไปแจ้งความที่ สน.ทองหล่อ แต่กลับได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ในทำนองว่า “ตอนนี้เคสเยอะมากแล้ว อาจจะไม่ค่อยได้ทำเรื่องให้” ทำให้ตนรู้สึกเสียความรู้สึกกับคำตอบที่ได้รับ และตั้งคำถามถึงการพึ่งพาเจ้าหน้าที่ด้วย แต่เบื้องต้นได้ลงบันทึกประจำวันไว้ พร้อมกับยืนยันว่า จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ต่อมา แฟนหนุ่มของตนก็ได้โทรคุยกับผู้จัดการของโครงการดังกล่าว ซึ่งผู้จัดการมีน้ำเสียงคล้ายกับไม่พอใจเล็กน้อย โดยบอกว่า ในช่วงแรกทางโครงการปฏิเสธความรับผิดชอบ โดยระบุว่า “ไม่ใช่หน้าที่ของ รปภ. ในการดูแลรถ และไม่มี รปภ. ประจำทุกจุด มีเพียงบริเวณทางเข้าเท่านั้น”

นอกจากนี้ ทางผู้จัดการให้ไปอ่านเงื่อนไขหลังบัตรจอดรถว่า ไม่ใช่สถานที่รับฝากรถ พร้อมกับบอกว่า “ถ้าต้องให้ไปจับคนบ้า คงต้องจับคนบ้าทั้งประเทศ”

หลังจากนั้น เรื่องถูกนำไปโพสต์ลงกลุ่มออนไลน์และเพจข่าวจนกลายเป็นกระแส สื่อตัดต่อคลิปเผยแพร่ ทางผู้จัดการจึงติดต่อกลับมาเพื่อขอโทษ และรับปากว่าจะช่วยประสานงานหาเบาะแสและพิจารณาเรื่องการเยียวยา ซึ่งล่าสุด ผู้จัดการโครงการได้ส่งเบาะแสทะเบียนรถของชายคนดังกล่าวมาให้ ซึ่งผู้เสียหายเตรียมนำหลักฐานนี้ไปให้กับร้อยเวรเจ้าของคดีที่ สน.ทองหล่อ ในวันอาทิตย์นี้

อย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รถของตนได้รับความเสียหาย กระจกมองข้างหัก ไม่สามารถขับขี่ได้ตามปกติ ต้องใช้เทปกาวพันยึดไว้ชั่วคราวเพื่อขับไปแจ้งความ ต้องรออะไหล่นานถึง 1 เดือน และใช้เวลาซ่อมอีกราว 8 วันทำการ รวมประมาณ 2 สัปดาห์ ทำให้ไม่มีรถใช้ และประกันภัยระบุว่า ไม่สามารถเคลมคู่กรณีได้หากยังจับตัวไม่ได้

ซึ่งเรื่องนี้ ทำให้ตนเสียเวลาและการทำงาน ต้องยกเลิกงานและกระทบต่อการประชุมเนื่องจากต้องจัดการเรื่องคดีและซ่อมรถ

ทั้งนี้ อยากเตือนภัยถึงเรื่องราวดังกล่าว “ย่านดังกล่าวมีสถานศึกษา สำนักงาน และศูนย์การค้า ซึ่งมีผู้หญิงและประชาชนเดินผ่านไปมาจำนวนมาก หากคู่กรณีมีอาวุธ เช่น มีด หรือพุ่งชนคนเดินเท้าโดยเฉพาะเด็ก ความเสียหายอาจรุนแรงกว่านี้มาก ทางโครงการและชุมชนควรมีระบบรักษาความปลอดภัยและระงับเหตุฉุกเฉินที่รัดกุมมากกว่านี้ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน” คุณลูกแก้ว กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน