นครราชสีมา น่ากลัว ไม่ถึง 1 เดือน 4 จังหวัดอีสานล่าง ป่วยโรคไข้ดินเพิ่ม 34 ราย ตาย 2 ราย ควบคุมโรคที่ 9 ย้ำ เกษตรกร ปชช.อย่าเดินลุยน้ำ ย่ำโคลนนาน เสี่ยงป่วย-ติดเชื้อสูง

12 ต.ค. 67 – นายแพทย์ทวีชัย วิษณุโยธิน ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา เปิดเผยว่า ในช่วงหน้าฝน มีน้ำท่วมขังหลายพื้นที่ เกษตรกรและประชาชนเสี่ยงติดเชื้อป่วยเป็นโรคไข้ดิน หรือ โรคเมลิออยด์ ได้ง่าย

ซึ่งสถานการณ์ของโรคเมลิออยด์ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 3 กันยายน 2567 พบผู้ป่วย 2,881 ราย และเสียชีวิตมากถึง 90 ราย โดยจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิต มีแนวโน้มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับ 5 ปีย้อนหลัง ซึ่งทั่วประเทศจะพบผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

สำหรับสถานการณ์โรคไข้ดินหรือโรคเมลิออยด์ ในเขตสุขภาพที่ 9 ซึ่งดูแลใน 4 จังหวัดอีสานตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดนครรราชสีมา ,ชัยภูมิ ,บุรีรัมย์ และจังหวัดสุรินทร์ พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 7 ตุลาคม 2567 พบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้น

โดยมีผู้ป่วยสะสม จำนวน 387 ราย และมีผู้เสียชีวิต 7 ราย เมื่อแยกเป็นรายจังหวัด พบว่า จังหวัดบุรีรัมย์ มีผู้ป่วยมากสุด 189 ราย และเสียชีวิต 4 ราย รองลงมาคือ จังหวัดนครราชสีมา มีผู้ป่วย 109 ราย เสียชีวิต 3 ราย จังหวัดสุรินทร์ มีผู้ป่วย 54 ราย ยังไม่มีผู้เสียชีวิต และจังหวัดชัยภูมิ มีผู้ป่วย 35 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต

ซึ่งกลุ่มอายุที่ป่วยมากที่สุดคือ กลุ่มอายุ 65 ปีขึ้นไป รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 55-64 ปี และ กลุ่มอายุ 45-54 ปี ตามลำดับ โดยกลุ่มอาชีพที่ป่วยมากที่สุดคือ รับจ้างทั่วไป ชาวนาปลูกข้าว และเกษตรกรผู้ปลูกพืชไร่

ทั้งนี้ จากการเฝ้าระวังสถานการณ์โรคผ่านการวิเคราะห์ ของกลุ่มระบาดวิทยาและตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา ที่เคยรายงานผลการเฝ้าระวังฯ ช่วงตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 3 กันยายน 2567 เขตสุขภาพที่ 9 พบผู้ป่วย 353 ราย เสียชีวิต 5 ราย แต่ล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 7 ตุลาคม 2567 รายงานว่า พบผู้ป่วยสะสม จำนวน 387 ราย และมีผู้เสียชีวิต 7 ราย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ผ่านไปแค่ 24 วัน พบผู้ป่วยโรคไข้ดินเพิ่มมากขึ้นถึง 34 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย

ดังนั้น เกษตรกร และประชาชนที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วม หรือผู้ที่ทำงานสัมผัสดินและน้ำโดยตรง อย่าไม่ประมาท ต้องรู้จักป้องกันตนเอง โดยไม่ควรเดินลุยน้ำด้วยเท้าเปล่า หรือแช่น้ำเป็นเวลานานเพื่อป้องกันไม่ให้ป่วยเป็นโรคเมลิออยด์ หรือโรคไข้ดิน เพราะเป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่พบได้ทั่วไปในดิน น้ำ นาข้าว แปลงผัก สวนยาง และบ่อน้ำ หากต้องทำงานสัมผัสกับดินและน้ำที่เปียกชื้นเป็นเวลานาน หรือมีบาดแผลขีดข่วน ควรสวมรองเท้าบูท สวมถุงมือยาง และกางเกงขายาว เพื่อป้องกัน เมื่อเสร็จภารกิจให้รีบอาบน้ำชำระร่างกายด้วยสบู่และน้ำสะอาดทันที

ซึ่งเชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ 3 ทาง คือ 1.ทางผิวหนัง โดยการสัมผัสน้ำและดินที่มีเชื้อปนเปื้อน 2.การกินหรือดื่มน้ำไม่สะอาด และ 3.ทางเดินหายใจ โดยการสูดดมละอองฝุ่นจากดินที่มีเชื้อ ซึ่งหลังติดเชื้อประมาณ 2-4 สัปดาห์ จะเริ่มมีอาการเจ็บป่วย แต่บางรายอาจนานเป็นปี ขึ้นอยู่กับปริมาณเชื้อที่ได้รับและภูมิต้านทานของแต่ละคน

ส่วนอาการของโรคนี้ไม่มีลักษณะเฉพาะ จะมีความหลากหลายคล้ายโรคติดเชื้ออื่นๆ หลายโรค เช่น มีไข้สูง ไอเรื้อรัง มีฝีที่ผิวหนัง ปวดท้อง มีอาการทางระบบทางเดินหายใจ อาจติดเชื้อเฉพาะที่ หากติดเชื้อในกระแสเลือด แล้วไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที มีโอกาสเสียชีวิตได้ใน 1-3 วัน

ฉะนั้นหากมีไข้สูงติดต่อกันเกิน 2 วัน อย่านิ่งนอนใจ ให้รีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้องโดยเร็ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน