กลุ่มนักเรียน-นักศึกษา 49 ภาคีเครือข่ายร่วมลงนาม แถลงการณ์ “ตากใบต้องไม่เงียบ” ฉบับที่ 1 เรียกร้องให้รัฐบาล นำตัวจำเลย 7 คนกลับมาดำเนินคดีให้ทันก่อนสิ้นสุดอายุความ

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 15 ต.ค.2567 ที่วงเวียนนกสันติภาพ เขตเทศบาลเมืองนราธิวาส จ.นราธิวาส กลุ่มนักเรียน-นักศึกษานัดจัดกิจกรรม แถลงการณ์ ตากใบ ต้องไม่ลืม ฉบับที่ 1 โดยมี 49 ภาคีเครือข่ายร่วมลงนาม แถลงการณ์ “ตากใบต้องไม่เงียบ ”ฉบับที่ 1 ระบุว่า เนื่องจากเหตุโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นหน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2547

ถือเป็นเหตุการณ์ความรุนแรงโดยรัฐที่ร้ายแรงครั้งหนึ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่ปาตานีหรือจังหวัดชายแดนภาคใต้และเป็นเหตุการณ์ ประวัติศาสตร์การสลายการชุมนุมทางการเมืองของประเทศไทยที่มีประชาชนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งกรณีตากใบมีผู้เสีย ชีวิตรวมทั้งสิ้น 85 คน อันส่งผลกระทบอย่างมากต่อความรู้สึก ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมและความเชื่อใจในระบบ การเมืองไทยของผู้คนในพื้นที่ปาตานี/จังหวัดชายแดนภาคใต้

ซึ่งโศกนาฏกรรมตากใบเหลือเวลาอีกเพียง 10 วัน จะครบรอบ 20 ปี นั่นหมายถึงคดีความตากใบกำลังจะสิ้นสุดอายุความ โดยที่ไม่มีผู้ใดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่อย่างไรก็ตามในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาผู้เสียหายในเหตุการณ์สลายการชุมนุมตากใบ จำนวน 48 คน ได้พยายามรวบรวมความกล้าหาญท่ามกลางความยากและซับซ้อนในการทวงคืนความยุติธรรมต่อเหตุการณ์ที่มี อำนาจรัฐเป็นผู้เกี่ยวข้องในบริบทปัญหาความขัดแย้งรุนแรงในพื้นที่ เพื่อเข้าไปร่วมแจ้งความดำเนินคดีอาญาต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ และผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจต่อเหตุการณ์สลายการชุมนุน ณ เวลานั้น

โดยเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมาศาลจังหวัดนราธิวาสได้ประทับรับฟ้องจำเลยจำนวน 7 คนแต่จำเลยทั้ง 7 คนไม่ได้มา ตามนัด ศาลจึงพิจารณาออกหมายจับ ต่อมาศาลจังหวัดนราธิวาสมีนัดสอบคำให้การในวันที่ 15 ตุลาคม 2567 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ผู้เสียหายจะเข้าถึง ความยุติธรรม ปรากฏว่าจำเลยทั้งหมดไม่ได้มาตามนัด ศาลจังหวัดนราธิวาสจึงไม่สามารถดำเนินการพิจารณาคดีต่อได้ ศาลจังหวัด นราธิวาส จึงนัดหมายอีกครั้งในวันที่ 28 ตุลาคม 2567 เพื่อสรุปคดีหรือลงคำสั่งศาลในครั้งสุดท้าย

โดยผู้เสียหายและพี่น้องประชาชนรู้สึกผิดหวังต่อรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและตั้งคำถามถึงความพยายามในการจับกุม จำเลยทั้งหมดมายังศาลจังหวัดนราธิวาส หากคดีต้องสิ้นสุดอายุความลงในวันที่ 25 ตุลาคม 2567 นี้ โดยไม่สามารถจับกุม เจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำต่อประชาชน จะส่งผลด้านลบในระยะยาวต่อกระบวนการสร้างสันติภาพในพื้นที่ปาตานีหรือจังหวัด ชายแดนภาคใต้รวมถึงเป็นบรรทัดฐานสร้างวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดในสังคมไทยภาพรวม

อย่างไรก็ตามเครือข่าย “ตากใบต้องไม่เงียบ” ขอร่วมเรียกร้องให้รัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเร่งดำเนินการประสานงานทางการทูตต่อประเทศญี่ปุ่น ประเทศอังกฤษและประเทศ อื่นๆที่คาดว่าจำเลยหลบหนีการจับกุม เพื่อนำตัวกลับมาดำเนินคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้ทันก่อนคดีจะสิ้นสุดอายุความ รวม ถึงขอให้รัฐบาลเพิ่มความพยายามในการดำเนินการเพื่อคืนความยุติธรรมให้ผู้เสียหายจากโศกนาฏกรรมตากใบต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน