ยอดจองห้องพัก “เกาะกูด”หาย 30% เหตุเฟคนิวส์สร้างผลกระทบ คนไทยไม่เชื่อมั่น ขาดความเข้าใจ ส่วนนทท.ต่างชาติไม่สน จองเต็มถึงต้นปี68
สถานการณ์คืบหน้าปัญหาเกาะกูด ปรากฏว่า เริ่มส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวในจังหวัดตราดบ้างแล้ว
วันที่ 5 พ.ย.2567 นายวิชิต สุกะสูยานนท์ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว จ.ตราด เปิดเผยว่า จากข่าวสารความขัดแย้งเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล และกรรมสิทธิในที่ดินเกาะกูดบางส่วน ที่มีกลุ่มเอกชน และนักการเมือง ทำเป็นคลิปเผยแพร่ออกทางช่องทางโซเชียลมาอย่างต่อเนื่อง และบางเรื่องจริง บางเรื่องก็ปลอม โดยที่ชาวตราดหรือชาวไทยในต่างจังหวัดรู้บ้าง ไม่รู้บ้าง ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวของจังหวัดตราดแล้ว
จะเห็นได้จากยอดจองห้องพักหายไป 30 % จากการตรวจสอบห้องของสมาชิกในสมาคมฯ ซึ่งความจริงแล้วคนตราดรู้ว่า เกาะกูดนั้นเป็นของไทย 100 % แต่ข่าวที่ออกมาขณะนี้ มันออกมามาก และยังขาดการสร้างความเข้าใจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีเพียงนายอำเภอเกาะกูด และนายก อบต.เกาะกูดที่ออกแถลงการณ์ออกมา แต่เขาตัวเล็กไป ต้องมีหน่วยงานระดับประเทศออกมาชี้แจง

“ลำพังชาวตราด หรือชาวเกาะกูดเขารับรู้ได้อยู่แล้ว ว่าเกาะกูดเป็นของไทยแน่นอน แต่วันนี้ข่าวสารที่ออกมา มันกลบความจริงไปทั้งหมด จะเห็นได้จากนักท่องเที่ยวที่จองห้องพักมาเที่ยวลดลงไปแล้ว 30% ทั้งที่เดือนต.ค. และพ.ย. เป็นฤดูเปิดการท่องเที่ยวของจังหวัดตราด และหมู่เกาะ
ซึ่งพวกเรามีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว และยังมีกิจกรรมเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวของเกาะช้างในกลางเดือนนี้ด้วย จึงอยากให้นักท่องเที่ยวไม่ต้องกังวลถึงสถานการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น เพราะส่วนใหญ่เป็นข่าวปลอมและมีการปั่นกระแสเพื่อหวังผลทางการเมืองมากกว่า”

ด้านนายอรรถพล กลิ่นทับ ผู้บริหารบริษัท บุญศิริเรือเร็ว จำกัด ซึ่งมีเรือโดยสารเดินทางไปยังอำเภอเกาะกูด (ต.เกาะกูด และต.เกาะหมาก) เปิดเผยว่า ช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศจำนวนมากเดินทางมาท่องเที่ยวเกาะกูด และเกาะหมาก เพิ่มกว่า 60% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
ซึ่งหากรวมการเดินทางของนักท่องเที่ยวทั้ง 3-4 บริษัท ที่ไปอำเภอเกาะกูดมีมากถึงวันละ 2,000 คน/วัน ส่วนของบุญศิริประมาณ 1,000 คน/วัน ซี่งข่าวสารว่าเกาะกูดเป็นกัมพูชา และพื้นที่ทางทะเลมีเรื่องทับซ้อนกัน รวมทั้งเกาะกูดอาจจะเป็นของกัมพูชานั้น ล้วนแล้วเป็นเฟคนิวส์ เพราะข่าวในลักษณะนี้มีมา 2-3 ครั้งแล้ว ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติไม่ได้สนใจปัญหานี้ หรือไม่รับรู้ปัญหานี้ ทำให้ยังคงเดินทางมาท่องเที่ยวเกาะกูดและเกาะหมากอยู่ แต่อาจจะมีปัญหาเฉพาะกลุ่มคนไทยที่ไม่รู้ข้อมูลมากกว่า อย่างไรก็ตาม ก็มีผลกระทบไม่ได้มากนัก

“ยอมรับว่า ข่าวสารที่ออกมาทั้งเกาะกูดเป็นของกัมพูชา และพื้นที่ทางทะเลยังทับซ้อนกัน ทำให้นักท่องเที่ยวไทยมีทัศนคติที่ไม่ดี และไม่เชื่อมั่นกับสถานการณ์ แต่ก็เป็นเพียงส่วนน้อย แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติเขามั่นใจ ทั้งที่รับรู้หรือไม่รับรู้ ซี่งจะเห็นนักท่องเที่ยวจากยุโรปและสแกนดิเนเวียเดินทางมาจำนวนมากถึงปลายปี 2567และต่อเนื่องถึงต้นปี 2568”
นายอรรถพล กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาทางททท.ตราดได้เข้ามาส่งเสริมการท่องเที่ยวของเกาะกูดและเกาะหมาก ด้วยการจัดแพ็กเกจท่องเที่ยวเสริม ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวเชื่อมั่น และเดินทางมาท่องเที่ยวซี่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดี และทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจ และยังคงเดินทางมาท่องเที่ยวในเกาะกูด และเกาะหมากเพิ่มขึ้นด้วย