ด.ช.14 ผวา โจ๋สักขอบตา ขี่รถจยย.ตามประกบ ขับเบียดล้มแล้วชักมีดสปาต้าฟัน เจ็บสาหัส เผยไม่เคยมีปัญหากันมาก่อน คาดมือมีดไม่พอใจการขับรถของกลุ่มผู้บาดเจ็บ

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 11 พ.ย.2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตรัง ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกฟันด้วยอาวุธมีดได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดบนถนนภายในซอยห้วยยอดซอย 2 บริเวณสี่แยกโรงรับจำนำเทศบาลนครตรัง ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง (บ้วนเต็กเซี่ยงตึ๊ง) และเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจอินทรีย์

ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านกำลังชุลมุนกับเหตุการณ์ดังกล่าว บนทางเท้าพบ ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ชาว อ.วังวิเศษ จ.ตรัง อาชีพพนักงานร้านคาร์แคร์แห่งหนึ่งในเขตเทศบาลนครตรัง ได้รับบาดเจ็บถูกฟันด้วยอาวุธมีด เข้าที่หัวไหล่ด้านขวา และต้นแขนด้านขวา และยังอยู่ในอาการตื่นตกใจ

ด.ช.14 ผวา โจ๋สักขอบตา ขี่รถจยย.ตามประกบ ขับเบียดล้มแล้วชักมีดสปาต้าฟัน สาหัส

ด.ช.14 ผวา โจ๋สักขอบตา ขี่รถจยย.ตามประกบ ขับเบียดล้มแล้วชักมีดสปาต้าฟัน สาหัส

เจ้าหน้าที่กู้ภัยปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนจะนำตัวขึ้นรถ นำส่ง รพ.ตรังในทันที ขณะเดียวกันยังพบรถ จยย.ของผู้บาดเจ็บจอดอยู่ และพบบรรดาเพื่อนๆของผู้บาดเจ็บที่ขับรถ จยย.มาด้วยกัน ซึ่งยังคงเป็นเยาวชน บางรายยังอยู่ในชุดนักเรียน

สอบถามผู้บาดเจ็บ เล่าเพียงสั้นๆว่า ตนไม่ได้เรียนหนังสือแล้ว ทำงานร้านคาร์แคร์ ขณะที่ตนขับรถกำลังไปส่งเพื่อนที่บ้าน ต.โคกหล่อ โดยขับตามกันมา เมื่อมาถึงผู้ก่อเหตุ น่าจะอายุมากกว่าขับรถมาเบียดและใช้มีดฟันเลย โดยที่ไม่ได้รู้จัก

ขณะที่เพื่อนผู้บาดเจ็บ เล่าว่า ตนกำลังเรียนอยู่ ก่อนเกิดเหตุตนและเพื่อนขับรถ จยย.ออกมาจากบ้านยายในหมู่บ้านไทยสมุทร เพื่อที่จะกลับบ้านย่าในพื้นที่ ต.โคกหล่อ โดยตนขับมา 1 คัน เพื่อนซึ่งบาดเจ็บขับมาอีก 1 คันตามๆกันมา

เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุคนร้ายซึ่งขับรถ จยย.ไม่ทราบรุ่นสีและทะเบียน เป็นชาย 1 ราย ขับขี่มาคนเดียว สวมหมวกกันน็อกปิดบัง และมีรอยสักที่ขอบตา ขับตามมาเบียดรถของตนจนรถของตนล้มลงไปข้างทาง และคนร้ายยังได้ขับตามไปประกบเพื่อนของตนต่อ ก่อนจะชักอาวุธมีดยาว คล้ายมีดสปาต้า ยังไม่ถอดปลอกมีดออกทั้งหมดมาตีที่บริเวณศีรษะ และฟันเข้าที่แขนและได้รีบขับหลบหนีไปทันที ตนและเพื่อนไม่รู้จักผู้ก่อเหตุ และที่ผ่านมาตนและเพื่อนไม่เคยมีปัญหากับใครมาก่อน

เบื้องต้นสันนิษฐานสาเหตุอาจจะมาจากผู้ก่อเหตุอาจจะไม่พอใจที่กลุ่มของผู้บาดเจ็บขับรถและน่าจะมีการเบิ้ลเครื่องเสียงดัง หรือขับรถเร็วผาดโผน จนขับตามมาประกบก่อเหตุดังกล่าวขึ้น เนื่องจากผู้เสียหายระบุว่าไม่เคยมีปัญหาหรือขัดแย้งกับใครมาก่อน อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงและเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะขับรถหลบหนี และจะติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน