อธิบดี ปภ.แจ้ง กรมบัญชีกลาง อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการ 6 จังหวัดใต้ ประสบภัยพิบัติ เพิ่มเติมจังหวัดละ 50 ล้านบาท ให้ ผู้ว่าฯ เร่งช่วยบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัย

30 พ.ย. 67 – นายภาสกร บุญญลักษม์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ ขณะนี้มี 8 จังหวัดได้รับผลกระทบ ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช จ.พัทลุง จ.ตรัง จ.สตูล จ.สงขลา จ.ปัตตานี จ.ยะลา และจ.นราธิวาส รวม 78 อำเภอ 515 ตำบล 3,552 หมู่บ้าน พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบ 553,921 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 9 ราย

โดยทุกหน่วยงานได้เข้าให้การช่วยเหลือประสบภัยอย่างเร่งด่วน ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยศูนย์ ปภ. เขต 12 สงขลาร่วมกับสำนักงาน ปภ.จังหวัดที่ประสบภัย ได้ส่งเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ และเครื่องจักรกลสาธารณภัย

ทั้งรถขนย้ายผู้ประสบภัยยกสูง เรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ รถประกอบอาหาร เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล รถปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัย รถผลิตน้ำดื่ม รถบรรทุกน้ำ เรือท้องแบน เครื่องยนต์เรือพร้อมอุปกรณ์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า รวม 486 หน่วย เข้าให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยทีม ปภ.ขณะนี้ได้กระจายกำลังดูแลประชาชนใน จ.สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เป็นการเร่งด่วน

นายภาสกร กล่าวว่า เพื่อเสริมกำลังเจ้าหน้าที่ ปภ.ให้สามารถดูแลผู้ประสบภัยน้ำท่วมได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว ตนได้สั่งระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยพร้อมเจ้าหน้าที่จากศูนย์ ปภ.เขต 9 แห่ง ได้แก่ ศูนย์ ปภ. เขต 2 สุพรรณบุรี เขต 3 ปราจีนบุรี เขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ เขต 8 กำแพงเพชร เขต 9 พิษณุโลก เขต 11 สุราษฎร์ธานี เขต 16 ชัยนาท เขต 17 จันทบุรี และเขต 18 ภูเก็ต รวมเครื่องจักรกลสาธารณภัยที่สนับสนุนเพิ่มเติมลงไปช่วยภาคใต้ ทั้งเรือท้องแบน รถขนย้ายผู้ประสบภัย เครื่องสูบน้ำ รวมอีก 169 รายการ เจ้าหน้าที่ 67 คน ซึ่งทีมเสริมของ ปภ.ขณะนี้ได้เริ่มเข้าทำงานในพื้นที่แล้ว

นายภาสกร กล่าวต่อว่า สำหรับการดูแลพี่น้องชาวใต้ที่ประสบอุทกภัย ปภ. ศูนย์ ปภ.เขต สำนักงาน ปภ.จังหวัด พร้อมด้วยจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งนำกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยอุปกรณ์เครื่องมือลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง

รวมถึงขณะนี้ 4 จังหวัดได้เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวและจุดอพยพ รวม 200 แห่ง โดยที่นราธิวาส 79 แห่ง สงขลา 16 แห่ง ยะลา 43 แห่ง และปัตตานี 62 แห่ง และได้เปิด “ศูนย์พักพิงร่วมใจอุ่นไอรัก” จำนวน 2 แห่ง ใน จ.นราธิวาส และปัตตานี

ซึ่งเป็นศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ ปภ.ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีความพร้อมด้านความเป็นอยู่ อาหาร และมีเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอ คอยดูแลด้านสุขภาพอนามัย รวมขณะนี้มีประชาชนได้อพยพมาเข้าพักที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวทั้งหมดจำนวน 13,029 คน

นอกจากนี้ ปภ.ยังได้ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ จัดอาหารปรุงสุกแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยแล้ว 148,896 กล่อง น้ำดื่มสะอาด 99,399 ขวด และถุงยังชีพ 46,316 ชุด รวมถึงได้สนับสนุนรถประกอบอาหารของ ปภ. ร่วมประกอบอาหารแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่น้ำท่วม รวม 10 จุด ที่ปัตตานี 1 จุด ยะลา 4 จุด สงขลา 2 จุด และนราธิวาส 3 จุด ซึ่ง ปภ.จะได้ร่วมกับทุกหน่วยงานดูแลพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

นายภาสกร กล่าวว่า ขณะนี้มีจังหวัดที่ได้ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย และประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) แล้ว 7 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช นราธิวาส ปัตตานี พัทลุง ยะลา สงขลา และชุมพร รวม 51 อำเภอ 346 ตำบล 2,163 หมู่บ้าน/ชุมชน

อีกทั้ง กรมบัญชีกลางได้อนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการให้กับ 6 จังหวัดภาคใต้ที่ได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) ได้แก่ สงขลา นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช เพิ่มเติมแล้วจังหวัดละ 50 ล้านบาท จาก 20 ล้านบาท รวมเป็น 70 ล้านบาท

ซึ่งเป็นงบประมาณในอำนาจ ผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับใช้ในการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัย และให้การปฏิบัติภารกิจดูแลพี่น้องประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและทันต่อสถานการณ์

โดย ปภ.ได้กำชับให้จังหวัดที่ได้รับการขยายวงเงินทดรองราชการฯ ใช้จ่ายงบประมาณโดยยึดระเบียบกระทรวงการคลังฯ เป็นหลัก มุ่งบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ให้การช่วยเหลือสอดคล้องและเพียงพอต่อความต้องการของผู้ประสบภัย

ท้ายนี้ ประชาชนสามารถติดตามรายงานคาดการณ์สาธารณภัยและประกาศแจ้งเตือนภัยในระดับพื้นที่ได้ทางเฟซบุ๊ก กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM ทาง X @DDPMNews และแอปพลิเคชัน Thai Disaster Alert โดยดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ IOS และ Andriod และหากได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทางไลน์ “ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784” โดยเพิ่มเพื่อน Line id @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน