คนขับซดเหล้าจนเมา ซิ่งปิกอัพพานักเรียนกลับจากแข่งฟุตบอล เสียหลักชนเสาไฟฟ้า เด็กดับคาที่ 2 ศพ เจ็บอีกเพียบ ญาติเดือดล้อมห้องฉุกเฉิน ชุลมุนกว่าจะเอาตัวคนขับไปสอบปากคำได้
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 7 ธ.ค.67 พ.ต.ท.อาวุธ เกิดยินดี สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองกำแพงเพชร รับแจ้งมีรถกระบะประสบอุบัติเหตุ ที่ถนนสายปากดง-บ้านดงตาจันทร์ หมู่ 10 ต.ไตรตรึงษ์ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมอาสาสมัครกู้ชีพ และกู้ภัยมูลนิธิสว่างกำแพงเพชรธรรมสถาน
ที่เกิดเหตุพบว่ามีร่องรอยที่รถตกถนนหญ้าราบเป็นทางยาว 30 เมตร ไปพลิกตะแคงอยู่ในป่าละเมาะข้างทาง โดยพบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ติดกับตอม่อเสาไฟฟ้า 2 ราย ประกอบด้วย ด.ช.บุญญฤทธิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 14 ปี และ นายมาร์ค (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 16 ปี ชาว ต.คลองแม่ลาย อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ทั้ง 2 คนเป็นนักฟุตบอล โดย ด.ช.บุญญฤทธิ์ เป็นนักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนวชิรปราการวิทยาคม
ส่วนในป่าละเมาะพบรถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน บร 413 กำแพงเพชร พลิกตะแคงอยู่ สภาพรถด้านหน้าพังเสียหาย ส่วนด้านขวาฟาดกับตอม่อเสาไฟฟ้าพังยับเยิน โดยมี นางกรรณิการ์ แว่นศิลา อายุ 33 ปี เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บที่ขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลด้วย จากการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์พบว่าสูงถึง 147 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
ส่วนที่โรงพยาบาลกำแพงเพชร แพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ต้องรับตัวคนเจ็บไว้รักษาอย่างชุลมุน เนื่องจากมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 4 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลตามตัวอีก 7 ราย รวมผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทั้งสิ้น 13 ราย จากการสอบถามเด็กที่ไปด้วยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเปิดเผยว่า พวกตนไปแข่งขันฟุตบอลดงตาจันทร์คัพ เป็นฟุตบอลแบบ 7 คน ตนเห็นว่าขณะที่เด็กๆ กำลังเล่นฟุตบอลกัน ส่วนโชเฟอร์ก็นั่งดื่มสุราไปด้วยและเชียร์ไปด้วย
จนจบการแข่งขันทีมของพวกตนชนะเลิศ จากนั้นจึงพากันเดินทางกลับ โดยนั่งมาในแคป 5 คน นั่งอยู่กระบะหลัง 8 คน ซึ่งคนขับขับรถมาเร็วพอสมควร เมื่อถึงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งรถเสียหลักแหกโค้งพุ่งลงไปข้างทาง ทำให้เพื่อนๆ ที่นั่งอยู่กระบะท้ายกระเด็นออกจากกระบะ โดยเฉพาะเพื่อนที่เสียชีวิตทั้ง 2 คน กระเด็นไปอัดกับตอม่อเสาไฟฟ้าจนเสียชีวิตคาที่
โดยที่หน้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลกำแพงเพชร มีผู้ปกครองและญาติของเด็กๆ มารอเฝ้าดูอาการกันจำนวนมากจนเต็มหน้าห้องฉุกเฉิน โดยเฉพาะญาติๆ ของ ด.ช.บุญฤทธิ์ ซึ่งเสียชีวิตที่เกิดเหตุ ได้ด่าทอขอดูหน้าคนขับซึ่งอยู่ในห้องฉุกเฉิน ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวคนขับไปเอ็กซเรย์ ญาติๆ คนตายเห็นได้วิ่งไปด่า ตำรวจต้องกันไว้ โดยญาติคนตายยังยืนเฝ้ารออยู่หน้าห้องเอ็กซเรย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นท่าไม่ดีจึงวิทยุขอกำลังมาเสริมนับ 10 คนเพื่อกันตัวคนขับเข้าไปพบแพทย์อีกครั้ง
โดยญาติคนตายได้เดินตามด่าทอไปตลอดทาง เพราะเกรงว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพาหลบไปจากโรงพยาบาล ซึ่งตำรวจได้อธิบายกับญาติๆ ว่าต้องให้การรักษาตามที่แพทย์สั่ง หลังจากนั้นก็จะพาตัวไปสถานีตำรวจให้ร้อยเวรสอบสวน ไม่ได้พาหลบหนีไปไหน เพราะคนขับต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอยู่แล้ว ญาติก็ยังคงปักหลักรอให้คนขับออกมาจากห้องฉุกเฉินและยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ
ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องวางแผนนำตัวคนขับออกทางประตูข้าง เพราะญาติคนตายรออยู่เต็มหน้าห้องฉุกเฉิน โดยให้รถตำรวจมาจอดรออยู่อีกด้านหนึ่ง จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลได้จัดกำลังคุ้มกันตัวคนขับไปขึ้นรถ แต่ว่าญาติคนตายเห็นพอดีจึงพากันวิ่งมาดักรอ พร้อมกับส่งเสียงด่าทอและกรูกันเข้าไปรุม เจ้าหน้าที่ต้องทำงานอย่างหนักกว่าที่จะนำตัวคนขับขึ้นรถออกจากโรงพยาบาลไปได้ ซึ่งญาติๆ คนตายยังวิ่งตามทุบรถและด่าทอตามรถไปด้วย
สำหรับรายชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บประกอบด้วย
1.นางกรรณิการ์ แว่นศิลา อายุ 33 คนขับ 2.น.ส.สุชานันท์ อายุ 15 ปี 3.ด.ช.ชุติพงษ์ ศรอี่ยม อายุ 14 ปี 4.ด.ญ.นัชธินันท์ ทิพย์ไชยธนกร อายุ 14 ปี 5.ด.ช.ธีรกร แพงดา อายุ อายุ 14 ปี 6.ด.ช.กฤติณ ทองมหา อายุ 14 ปี 7.นายณัฐวุฒิ วรรณวงศ์ อายุ 15 ปี 8.ด.ช.สงกานต์ วุฒิมา อายุ 14 ปี 9.ด.ช.จักรพงษ์ พูนเพิ่ม อายุ 14 ปี ส่วนที่เหลือยังไม่ทราบชื่อ โดยเด็กๆ ทั้งหมดรวมตัวกันมาจากโรงเรียนตั้งเป็นทีมฟุตบอลมาแข่งขัน ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนชั้น ม.3