ผวจ.นริศ ติดตามความพร้อมก่อนเปิดช่องทางหลัก ถนนพระราม 2 ย้ำมาตรการความปลอดภัย ลดปัจจัยเสี่ยง หลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 13 ธ.ค.2567 นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผวจ.สมุทรสาคร พร้อมด้วย พ.ต.อ.พิเชษฐ์พงศ์ แจ้งค้ายคม ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร ร.ต.ประพันธ์ ถึกสกุล นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร ผู้แทนจากแขวงทางหลวงสมุทรสาคร สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสมุทรสาคร ปลัดอำเภอ หมวดทางหลวงเศรษฐกิจ ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการ และผู้ที่เกี่ยวข้อง
ร่วมตรวจความพร้อมบริเวณจุดการก่อสร้างทางยกระดับ M 82 บนทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) ตอน 1 ช่วง กม.21+600 ต.คอกกระบือ อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร เพื่อติดตามการปฏิบัติงานและความเป็นระเบียบเรียบร้อยสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน ก่อนที่จะมีการเปิดการจราจรบนช่องทางหลัก ขาออกกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (14 ธ.ค.) เพื่อให้ประชาชนได้ใช้สัญจรเต็มรูปแบบในทุกช่องทางทั้งฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ และ ฝั่งขาออกกรุงเทพฯ
พร้อมกันนี้ยังตรวจดูสภาพการจราจรบนช่องทางคู่ขนาน ถนนพระราม 2 ฝั่งขาออกกรุงเทพฯ ภายหลังจากที่ได้เปิดให้ใช้สัญจรตั้งแต่เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา โดยในส่วนของสภาพการจราจรบนช่องคู่ขนานนั้น พบว่าแม้จะมีปริมาณรถที่ค่อนข้างมากในช่วงค่ำเนื่องจากเป็นวันสุดท้ายของสัปดาห์มีประชาชนเดินทางกันเป็นจำนวนมาก แต่ก็สามารถเคลื่อนตัวได้ดี ส่วนการจราจรในฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ได้ยกเลิกช่องทางพิเศษ แล้วเปิดทุกช่องจราจรให้กลับมาใช้ตามปกติ
ขณะที่ในส่วนของความพร้อมบนช่องทางหลัก ขาออกรุงเทพฯ ซึ่งผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการฯ ยืนยันว่า จะเปิดให้สัญจรได้ตามปกติในวันพรุ่งนี้นั้น ผู้รับเหมาฯ ได้มีการเคลื่อนย้ายชิ้นส่วนของโครงสร้างเหล็ก Launching Gantry (LG) และชิ้นส่วนสะพานคอนกรีตที่ได้รับความเสียหายออกจากพื้นผิวการจราจร นำไปไว้ยังจุดที่เหมาะสมและปลอดภัยแล้ว คงเหลือในส่วนของการเก็บเศษเล็กๆน้อยๆ ที่ยังติดค้างอยู่ในบางจุดซึ่งต้องมีการนำออกเพื่อจะได้สร้างความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนมากยิ่งขึ้น
รวมถึงการลาดยางปรับปรุงซ่อมแซมพื้นผิวถนนให้เรียบ ไม่เป็นหลุมเป็นบ่อ และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ การกวาดและล้างถนนเพื่อป้องกันถนนลื่นจากคราบเศษปูนและคราบฝุ่นละอองที่เกาะติดอยู่บนพื้นผิวถนน นอกจากนี้ผู้ว่าฯ สมุทรสาคร ยังได้กำชับผู้รับเหมาฯ ในเรื่องของการทำแผงบังตาตรงแบริเออร์ที่กั้นขอบทางด้านขวาสุดของช่องทางหลัก ให้สูงจากระดับสายตาของผู้ขับขี่ยานพาหนะ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุอีกทางหนึ่ง

