‘ดร.ปิ่นสักก์’ นำทีมลุยดำน้ำเกาะล้าน ติดตามพื้นที่ Sea walker กำชับคุมเข้มความปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยวและปะการัง เผยความสำเร็จฟื้นฟูปะการังเขากวาง
เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ที่เกาะล้าน พัทยา จ.ชลบุรี ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) พร้อมด้วยนายอุกกฤต สตภูมินทร์ ผอ.กองอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล และผู้เชี่ยวชาญจากกรมทช. นำคณะสื่อมวลชนร่วมดำน้ำติดตามผลการจัดการพื้นที่ Sea walker

ดร.ปิ่นสักก์ กล่าวว่า พัทยาเป็นหนึ่งในโมเดลในการฟื้นฟูปะการัง รวมทั้งเป็นพื้นที่ที่สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว รายได้ไม่ต่ำกว่า 5,000,000 บาท/วัน ในหมู่เกาะล้าน มีชายหาดสวยงามอยู่หลายแห่ง บริเวณรอบเกาะจะมีเกาะเล็กๆ เช่น เกาะครก เกาะสาก สถานที่ดำน้ำดูปะการังทั้งแบบน้ำลึกและน้ำตื้น และยังเป็นสถานที่ฝึกหัดเรียนดำน้ำ กรมทช. ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลและรับผิดชอบในการปกป้อง คุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงเข้าไปบริหารจัดการพื้นที่และควบคุมกิจกรรมทางน้ำต่างๆ ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานการใช้ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน อีกทั้งเป็นแนวทางการขับเคลื่อนให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาระบบนิเวศ เช่น การกำหนดมาตรการและการควบคุมกำกับดูแลกิจกรรมการเดินท่องเที่ยวใต้ทะเล หรือ Sea Walker เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศปะการัง

“Sea Walker เคยมีบทเรียนในอดีต เพราะเป็นการท่องเที่ยวที่เคยทำให้ปะการังมีผลกระทบ นักท่องเที่ยวทั้งเดิน และจับปะการัง จนมีการสั่งห้าม Sea Walker อีก แต่ในครั้งนี้กรมทะเลได้ร่วมกับหลายฝ่ายบริหารจัดการเรื่อง Sea Walker ให้มีความปลอดภัยต่อทรัพยากรทางทะเล ไม่กระทบต่อปะการัง โดยทางเมืองพัทยา ได้มีประกาศเมืองพัทยา เรื่อง การกำหนดเขตอนุญาตให้ประกอบกิจการเดินท่องเที่ยว หรือ Sea Walker จำนวน 38 แปลง นอกแนวปะการังธรรมชาติ เป็นพื้นที่เกาะล้าน 29 แปลง แบ่งเป็นบริเวณหาดทองหลาง หาดตายาย 19 แปลง บริเวณสนามปืน 10 แปลง และพื้นที่เกาะสาก 9 แปลง ซึ่งกรมทะเลได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการถึงความปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยว และปลอดภัยต่อปะการังและทรัพยากรทางทะเล” ดร.ปิ่นสักก์ กล่าวย้ำ

นายอุกกฤต กล่าวเสริมว่า Sea walker เป็นการท่องเที่ยวใต้ท้องทะเลที่จะนำอุปกรณ์หัวครอบลักษณะใสมาให้นักท่องเที่ยวสวมระหว่างที่ลงไปใต้ท้องทะเล พร้อมมีระบบหายใจใต้น้ำที่มีสายออกซิเจน ต่อมาจากบนเรือ โดยจะอยู่ความลึกระดับ 7–10 เมตร การใช้บริการจะใช้เวลา 15-20 นาทีต่อรอบ โดยเจ้าหน้าที่จะประคองให้นักท่องเที่ยวลงสู่พื้นทะเลก่อน หลังจากนั้นจะปล่อยให้นักท่องเที่ยวได้ชมฝูงปลา รวมทั้งประติมากรรมใต้น้ำ ปะการังเทียม เป็นต้น โดยที่ยังคงหายใจได้ตามปกติ สำหรับอุปกรณ์ซีวอล์กเกอร์จะเป็นระบบหัวสวม มีน้ำหนักประมาณ 10 กก. เพื่อกดไม่ให้หัวลอย แต่เมื่ออยู่ในน้ำจะไม่หนัก ส่วนด้านหลังจะมีหัวจุกที่เครื่องปั้มอากาศด้านบนเรือที่ต่อสายจากเรือ เมื่อนักท่องเที่ยวลงไปใต้ทะเลแล้ว จะสวมหัวเพื่อดันอากาศเข้าไปที่ตัวซีวอล์กเกอร์ โดยคนที่ดำน้ำจะมีอากาศทำให้ลอยตัวในน้ำได้ และบนเรือจะมีเครื่องอัดปั้มอากาศสำหรับดำน้ำอัดเก็บไว้ในถัง เมื่อความดันได้ก็จะส่งต่อลงไปยังหัวสวม

อย่างไรก็ตามกรมทช. ได้กำหนดแนวทางในการจัดการพื้นที่ซีวอล์กเกอร์ โดยการกำหนดมาตราการประกอบกิจการซีวอล์กเกอร์ เช่น พื้นที่ดำเนินการซีวอล์กเกอร์ต้องไม่อยู่ในแนวปะการังธรรมชาติ ไม่ให้อาหารปลา ลดฝุ่นตะกอนจากซีวอล์กเกอร์ โดยต้องมีวัสดุปูพื้นขณะเดินใต้ทะเลและกั้นราวรั้วไม่ให้ออกนอกแนวเขตจุดไม่เกิน 30X30 ตรม. พื้นที่ประกอบกิจกรรมซีวอล์กเกอร์ต้องมีการกำหนดแนวทุ่นที่ชัดเจน

ทั้งนี้ขอเน้นย้ำให้ทุกฝ่ายมองเห็นทรัพยากรทางทะเลสำคัญกว่าเรื่องของรายได้จากการท่องเที่ยว หากพบเจอผู้กระทำผิดกฎหมายทำลายทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล ให้บังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องดำเนินการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง อีกทั้งกำหนดหลักเกณฑ์ มาตรฐาน และตรวจสอบข้อมูลก่อนออกใบอนุญาตให้กับกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวและไกด์นำเที่ยวอีกด้วย

จากนั้นดร.ปิ่นสักก์ และคณะได้เดินทางไปยังหาดเกเร เกาะล้านเพื่อร่วมติดตามผลการปลูกปะการังเพื่อเพิ่มพื้นที่แนวปะการัง และปลูกปะการังนอกพื้นที่แนวปะการังแล้วประสบผลสำเร็จ โดยดร.ปิ่นสักก์ อธิบดี ทช. กล่าวถึงสถานการณ์ดังกล่าวว่า แนวปะการังบริเวณหาดเกเรอยู่ในสภาพที่เสียหายมาก มีเศษซากปะการังแตกหัก คาดว่าในอดีตเป็นพื้นที่ที่มีปะการังเขากวางอยู่มาก ซึ่งพิจารณาเห็นแล้วว่าพื้นที่ดังกล่าวมีศักยภาพในการฟื้นตัวได้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จึงเร่งดำเนินการฟื้นฟูแนวปะการังโดยการย้ายปลูก นำเศษชิ้นส่วนปะการังขนาดเล็กในพื้นที่ที่มายึดติดให้มั่นคงด้วยการยึดกับอิฐบล็อค

จากผลการติดตามเบื้องต้นพบว่า ปะการังที่ย้ายปลูกมีอัตรารอดสูงและเติบโตได้ดี แนวปะการังที่เคยเสื่อมโทรม ปัจจุบันสถานภาพสมบูรณ์ดีมาก มีการปกคลุมของปะการังมีชีวิตเพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นในช่วงการเกิดปะการังฟอกขาวที่ผ่านมา (พฤษภาคม-กรกฎาคม 2567) จะพบปะการังเขากวางทั้งในธรรมชาติและที่ย้ายปลูกในพื้นที่เกาะล้านได้รับผลกระทบจากการฟอกขาวน้อยมาก ในขณะที่แนวปะการังส่วนใหญ่ทั่วประเทศเกิดการฟอกขาวในระดับรุนแรง

อย่างไรก็ตาม วิธีการปลูกจากกิ่งพันธุ์ปะการังที่แตกหักที่ได้รับความเสียหาย เป็นการพัฒนาให้เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน เกิดเป็นระบบนิเวศปะการังที่สวยงาม ตลอดจนสามารถส่งเสริมให้เป็นแหล่งดำน้ำลึก สร้างรายได้ จากการท่องเที่ยว เพิ่มมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจให้กับชุมชนได้อีกทางหนึ่ง รวมถึงการสร้างเครือข่ายชุมชนในพื้นที่ กลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวให้จดแจ้งเป็นกลุ่มชุมชนชายฝั่งภายใต้มาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.2558 เพื่อให้ชุมชนชายฝั่งและผู้ประกอบการท่องเที่ยวเกิดความรักความหวงแหนในทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ร่วมกันปกป้อง ดูแล และการอนุรักษ์ไปพร้อมกับการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนอีกด้วย