ลุงวัย 60 เปิดแอร์นอนในรถเฝ้านา รู้สึกร้อนที่ใบหน้า ช็อกไฟไหม้ห้องเครื่อง ก่อนลามวอดทั้งคัน เงินสดเป็นปึก 6 หมื่นถูกเผา รีบหนีตายระทึก
เมื่อวันที่ 28 ธ.ค.67 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เกิดเหตุรถไฟรถกระบะของชาวบ้านในหมู่บ้าน พื้นที่หมู่ 3 บ้านหนองมะกอก ต.หนองนางนวล อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมด้วยหน่วยกู้ชีพของ อบต.หนองฉาง และ อบต.หนองนางนวล รุดไปช่วยระงับเหตุการณ์
ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านที่อยู่ในละแวกใกล้เคียง เดินทางมาดูเหตุการณ์กันจำนวนมาก โดยพบว่ารถยนต์ที่ถูกไฟไหม้นั้นเป็นรถกระบะแคป ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน บน 2936 อุทัยธานี ถูกไฟไหม้จนวอดเสียหายทั้งคัน
พบว่ามีผู้บาดเจ็บ 1 ราย ทราบชื่อคือ นายภานุพงษ์ อายุ 60 ปี เป็นชาวบ้านในหมู่บ้านดังกล่าว ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้าและแขนเล็กน้อย ส่วนทรัพย์สินที่เป็นเงินจำนวน 60,000 กว่าบาท พร้อมโทรศัพท์มือถือ ที่อยู่ภายในรถถูกไฟไหม้จนเสียหายทั้งหมด
โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวลงยังที่เกิดเหตุ พร้อมกับ นายรพีรัฐ ถิระการ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 เพื่อพูดคุยสอบถามกับ นายภานุพงษ์ เจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว ซึ่งเจ้าตัว เล่าเหตุการณ์พร้อมกับพาดูร่องรอยการเกิดเหตุการณ์ในครั้งนี้ให้ฟัง
นายรพีรัฐ เล่าว่า ตอนนั้นตนอยู่ที่ป้อมตรวจช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ หลังจากได้รับแจ้งจากลูกบ้านก็รีบไปยังที่เกิดเหตุ และแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและกู้ภัย ให้มาช่วยดับไฟ ซึ่งทางเจ้าของรถเล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะเกิดไฟไหม้นั้น จอดสตาร์ทรถนอนประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ก่อนรู้สึกร้อนที่ใบหน้า พอตื่นขึ้นมาก็พบว่าไฟไหม้รถ จึงรีบหนีเอาตัวรอดออกมาดังกล่าว
ด้าน นายภานุพงษ์ เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ช่วงก่อนเกิดเหตุนั้น ตนขับรถคันดังกล่าวมาที่ทุ่งนา เพื่อนอนเฝ้านาตามปกติของทุกวัน ซึ่งปกติแล้วตนจะนอนในเต็นท์ แต่ด้วยเมื่อคืนนี้อากาศร้อนมาก จึงมาสตาร์ทรถเพื่อเปิดแอร์นอน
เมื่อนอนได้ประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ รู้สึกว่าร้อนที่ใบหน้า ตื่นมาดูก็พบว่ามีไฟลุกไหม้ขึ้นที่ห้องเครื่อง ตอนนั้นด้วยความตกใจ ก็รีบวิ่งออกมาจากรถ เพื่อจะหาอะไรมาดับไฟ ซึ่งตรงนี้มีเหมืองที่สูบน้ำเข้านาก็พยายามใช้กระแป๋งตักน้ำมาดับไฟ แต่ก็ดับไม่สำเร็จ จนทำอะไรไม่ถูก ทำให้ไม่ได้หยิบทรัพย์สินที่เป็นเงินสด จำนวน 60,000 กว่าบาท ที่ได้จากการขายข้าวที่พึ่งเกี่ยวไปเมื่อ 2 วัน พร้อมมือถือออกมา
จากนั้นก็วิ่งไปตามคนที่อยู่ละแวกดังกล่าวให้มาช่วย และโทรศัพท์แจ้งทางผู้ใหญ่บ้าน ก่อนที่ทางผู้ใหญ่บ้านจะแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยดับไฟ แต่ด้วยระยะทางที่เข้ามาในพื้นที่เกิดเหตุนั้นค่อนข้างลำบากจนทำให้ไม่สามารถช่วยดับไฟไว้ได้ทัน ทำให้รถยนต์นั้นถูกไฟไหม้จนวอดทั้งคัน
ที่มา มติชน

