สาวเหยื่อร้านเหล้าดังหอบสภาพฟกช้ำร้องผู้ว่าฯนนท์ช่วยเหลือ หลังไม่เชื่อมั่นการทำงานของตำรวจ ด้านผู้ว่าฯย้ำชัดม่มีใครเส้นใหญ่ ผิดกฏหมายเมื่อไรก็หวดไปได้เลย

จากกรณี น.ส.ปวีณา หรือมิว อายุ 22 ปี ถูกการ์ดสถานบันเทิงชื่อดังย่านบางใหญ่ ทำร้ายร่างกาย และโพสต์ข่มขู่ โดยถูกถ่ายบัตรประชาชนคู่กับรูปหน้าตรงไว้ก่อนเข้าร้าน โดยเหตุเกิดเมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 31 ธ.ค.67 ต่อมาได้มีเว็ปพนันแอดไลน์เข้ามาในโทรศัพท์ เกรงว่าข้อมูลจะรั่วไหลไปกลุ่มมิจฉาชีพ ซ้ำเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยในชีวิต เนื่องจากเจ้าของร้านเป็นลูกชายของอดีตนายตำรวจซึ่งมีอิทธิพลและเส้นสาย จนต้องตัดสินใจร้องขอความช่วยเหลือจากทางเพจกล้าที่ก้าว ตามที่สื่อได้นำเสนอไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 5 ม.ค.68 ที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี นายอธิวัฒน์ ศิริกังวาลวงศ์ ผู้ก่อตั้งเพจกล้าที่จะก้าว พร้อมด้วย น.ส.ปวีณา หรือมิว อายุ 22 ปี หญิงสาวผู้เสียหาย พร้อมเพื่อนอีก 3 คน ซึ่งถูกการ์ดของทางร้านถ่ายบัตรประชาชนไว้ ได้เดินทางเข้าพบกับนายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เพื่อร้องขอความเป็นธรรม หลังจากไม่เชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เข้าตรวจสถานบันเทิงดังกล่าว แต่ไม่เคยพบสิ่งผิดกฏหมาย ทั้งที่นักเที่ยวหลายคนส่งหลักฐานต่างๆมาให้ ทั้งเรื่องเปิดเกินเวลา ทั้งเรื่องยาเสพติด และเรื่องเว็บพนันออนไลน์

โดยนายอธิวัฒน์ ผู้ก่อตั้งเพจกล้าที่จะก้าว กล่าวว่า หลังจากที่ น.ส.ปวีณา ถูกทำร้ายในสถานบันเทิง และถูกถ่ายรูปหน้าตรงกับบัตรประชาชนไป ได้มีเว็บพนันออนไลน์แอดเข้ามาในโทรศัพท์ ซึ่งไม่ใช่คนเดียวที่ได้รับข้อความและแอดไลน์ ส่วนใหญ่ทุกคนที่ถูกถ่ายบัตรไป และเข้าแจ้งความที่สภ.บางใหญ่ จะมีเว็บพนันแอดไลน์เข้ามาเกือบทุกคน ซึ่งทุกคนกลัวว่าจะถูกนำข้อมูลไปใช้ในธุรกิจสีเทา จึงมาร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ตรวจสอบข้อมูลในเชิงลึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องยาเสพติดที่ได้รับหลักฐานมาด้วย

ด้าน น.ส.ปวีณา ผู้เสียหายกล่าวว่า วันนี้ที่ตนต้องมาร้องขอความช่วนเหลือกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นเพราะตนรู้สึกสบายใจกว่า ที่จะไปขอความช่วยเหลือจากทางตำรวจ เพราะไม่รู้ว่าทางตำรวจจะเดินเรื่องให้ตนจริงจังหรือเปล่า แต่ในวันนี้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีได้รับเรื่องขอความช่วยเหลือจากตนแล้ว ตนก็รู้สึกโอเคมาก

เพราะหลังเกิดเรื่องตนกับเพื่อนยังได้รับการข่มขู่ ถูกประจานในโซเชียล ตนมีครอบครัวมีพ่อแม่ และเด็ก จึงเป็นกังวลว่าหลังจากนี้ไปตนกับครอบครัวจะใช้ชีวิตอย่างไร ตนกลัวและเป็นห่วงในเรื่องความปลอดภัย ตนไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า เรื่องจะบานปลายจากการที่ตนไปเที่ยวกับเพื่อนแล้วมือถือหาย จนทำให้เรื่องมันมาถึงขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่ตนมีเจตนาแค่โพสต์เตือนร้านไป ในฐานะลูกค้าที่ไปเที่ยวที่ร้านแล้วมาเจอเรื่องแบบนี้

ขณะที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า ในเบื้องต้นทาง สภ.บางใหญ่ ได้ตั้งโต๊ะรับแจ้งความในเรื่องการถ่ายบัตรประชาชน และได้ประชาสัมพันธ์ให้กับบุคคลที่เคยไปเที่ยวและถูกถ่ายบัตรประชาชนเดินทางมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน เพราะอย่างน้อยทุกคนจะได้ป้องกันตัวเองไว้ เพื่อความสบายใจ

ซึ่งตนได้มีการเน้นย้ำไปกับทางนายอำเภอบางใหญ่ เรื่องการถ่ายบัตรประชาชนที่มาใช้บริการ ว่ามันเกินความจำเป็น แม้จะมองได้สองอย่าง คือทางร้านรอบคอบ กับความเสี่ยงที่จะถูกนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งตนได้เน้นย้ำไปทั้งจังหวัด ไม่ใช่เฉพาะร้านที่ อ.บางใหญ่เท่านั้น แต่ให้เข้มงวดในทุกพื้นที่ เพื่อให้มีการปฏิบัติไปในทางเดียวกัน สำหรับเหตุการณ์นี้ตนได้สั่งการให้ทางอำเภอ ต้องเรียกผู้ประกอบการเจ้าของร้านมาสอบปากคำด้วยว่า มันมีเหตุผลอะไรถึงต้องถ่ายบัตรประชาชนของลูกค้า

นายเกียรติศักดิ์ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนเรื่องหลักฐานที่ได้รับจากทางเพจมา หรือที่มีการเผยแพร่ในโซเชียล ต้องนำมาตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ในตอนนี้จึงยังไม่มีเรื่องคำสั่งปิดสถานบริการดังกล่าว เพราะหลักฐานยังไม่ชัดแจ้ง จะกลายเป็นว่าทางการไปกลั่นแกล้ง แต่หลักฐานที่ได้มา สามารถนำมาพิจารณาได้ว่า เคยมีการกระทำผิดจริง หรือเข้าเงื่อนไขใด ก็จะพิจารณามีคำสั่งปิดสถานประกอบการต่อไป

ส่วนประเด็นที่ว่าสถานประกอบการแห่งนี้เส้นใหญ่มีอิทธิพลนั้น ตนยืนยันว่าไม่มีใครเส้นใหญ่ในจังหวัดนี้ ทุกคนสามารถทำธุรกิจประกอบอาชีพ ทำมาหากินได้ แต่ต้องทำหน้าที่ของตัวเอง ทั้งเป็นผู้ให้บริการ และผู้ใช้บริการที่ดี ไม่มีใครเส้นใหญ่หรือไม่ใหญ่ ถ้าผิดกฏหมายเมื่อไร ก็หวดไปได้เลย ตนเพิ่งมารับตำแหน่งได้เพียง 1 เดือน และกำลังพิจารณาในเรื่องการจัดระเบียบสังคม สถานประกอบการต่าง ๆ ตามนโยบายของรัฐบาล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน