ตาเดือด แจ้งจับ หลานวัย 15 เตะแขนเลือดสาด ยายโต้กลับ 2 มาตรฐาน เกลียดพ่อแล้วไม่ชอบหลาน ตร.เป็นกาวใจ อบรมสั่งสอน จนตาให้อภัย ลั่นจะไม่ทำอีก
เมื่อเวลา 10.40 น.วันที่ 14 ม.ค.2568 ร.ต.อ.วิฆเนศ ซื่อตรง รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังออกตรวจในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ได้รับแจ้งเหตุหลานทำร้ายตา ที่บ้านหลังหนึ่ง ในชุมชนบ้านม่วง เขตเทศบาลนครอุดรธานี หลังรับแจ้งนำกำลังสายตรวจ 191 ออกตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุพบ นายสมนึก (สงวนนามสกุล) อายุ 72 ปี เจ้าของบ้าน กำลังโวยวายว่าถูก นายสิง (นามสมมติ) อายุ 15 ปี หลานชายทำร้ายร่างกาย ด้วยการเตะที่แขนซ้าย ซึ่งมีบาดแผลเก่า ทำให้เลือดไหลออกมา
นายสมนึก ให้การว่า ตนอยู่บ้านหลังนี้กับภรรยา 2 คน ต่อมาภรรยาไปเช่าบ้านที่อยู่ติดกันไว้ทำขนมขายอีกหลัง โดยให้นายสิง ซึ่งเป็นลูกของลูกสาวอยู่อาศัย ซึ่งนายสิงหลานชายเป็นคนเกเร เรียนอยู่ชั้น ม.2 แต่ถูกพักการเรียน เพราะยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด วันนี้หลานชายตื่นมา ก็เดินเข้ามาในบ้าน จะมาทำลายข้าวของ และเตะตนที่แขนซ้าย ไปถูกแผลเก่าที่โดนเมียใช้ด้ามไม้กวาดตีและแผลกำลังจะหาย ทำให้เลือดไหลอีก ตนจึงแจ้งตำรวจ
ส่วนนายสิง ให้การว่า ตนไม่รู้ว่าทำไมตาถึงไม่ชอบตน ก่อนหน้านี้ตนอยู่บ้านกับพ่อแม่ที่ จ.อำนาจเจริญ ต่อมาพ่อแม่แยกทางกัน ตนเลยมาอยู่กับตาและยาย เมื่อปี 59 แต่ตาไม่ชอบตน ทำอะไรก็ผิด ก่อนเกิดเหตุ หลังจากตื่นเช้าตนเดินมาบ้านยายเพื่อหาข้าวกิน แต่ตามากระชากแขนไม่ให้เข้าไปในบ้าน หาว่าจะมาอาละวาดทำลายข้าวของ แถมใช้มือกำคอ ทำร้ายตนด้วยความโมโหจึงเตะไป 1 ครั้ง
ด้าน นางพิกุล (สงวนนามสกุล) อายุ 67 ปี ภรรยานายสมนึก และเป็นยายของนายสิง ให้การว่า ลูกสาวมีสามีคนแรก ได้ลูกชาย 1 คน จากนั้นก็แยกทางกัน ต่อมาลูกสาวสามีคนที่สอง ซึ่งนายสมนึกไม่ชอบลูกเขย ลูกสาวจึงไปอยู่กับสามีที่ จ.อำนาจเจริญ และได้ลูกชายอีก 1 คน คือนายสิง ต่อมาลูกสาวแยกทางกับสามีอีก ลูกสาวไปทำงานอยู่ร้านนวดที่ภูเก็ต ตนและนายสมนึกจึงเลี้ยงหลานชายทั้งสองคน
นางพิกุล กล่าวต่อไปว่า ตนรักหลานชายทั้งสองคนเท่ากัน แต่นายสมนึกไม่ชอบพ่อนายสิง มีอคติกับลูกเขย ก็พาลไม่ชอบนายสิงไปด้วย หาว่านายสิงโตสูบบุหรี่ไฟฟ้า และยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ส่วนพี่ชายนายสิง นายสมนึกกลับรักมาก จะหาเรื่องทะเลาะกับนายสิงตลอด
“วันนี้หลานตื่นนอนจะเข้ามากินข้าว ตาก็มากระชากแขนหลาน มือกำคอเสื้อแล้วเหวี่ยงออกจากบ้าน หาว่าหลานจะมาทำลายข้าวของ และด่าหลานอีกหลายอย่าง หลานจึงโมโหประกอบกับกำลังหิวข้าว หลานจึงเตะเข้าที่แขนตาไปถูกแผลเก่าที่ตาล้มเอง เมียไม่ได้ใช้ไม่ตี ทำให้เลือดไหล”
ร.ต.อ.วิฆเนศ จึงนำตากับหลานมาปรับทัศนคติที่โรงพัก เรียกอาสากู้ภัยส่งเสริมธรรม มาปฐมพยาบาลทำบาดแผลให้นายสมนึก ทำให้นายสมนึกใจเย็นลง และตรวจปัสสาวะนายสิงไม่พบสารเสพติด จากนั้นได้อบรมสั่งสอนนายสิง ว่าตาและยายเป็นผู้มีพระคุณ เพราะเลี้ยงดูมา การทำร้ายผู้มีพระคุณจะเป็นบาปกรรมติดตัวตลอดไป ทำให้นายสิงสำนึกผิด ก้มลงกราบเท้านายสมนึก พร้อมกับพูดว่า “ผมจะเป็นคนดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และไม่เสพยาอีก” นายสมนึก จึงให้อภัย
จากนั้นนายสิง ไปสัญญากับ ร.ต.อ.วิฆเนศ ว่าจะเป็นคนดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดและไม่ทำร้ายตาอีก หากทำผิดสัญญา ให้ตำรวจจับไปดำเนินคดีได้เลย ตำรวจจึงให้สองตาหลานกลับบ้านไป