“เฉลิมชัย” ชวนปชช.ร่วมปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว มุ่งสู่การจัดการที่ยั่งยืน พร้อมแจกกล้าไม้ได้ฟรีที่สถานีเพาะชำกล้าไม้ที่มีอยู่ทั้ง 77 จังหวัด

เมื่อวันที่ 22 ม.ค. ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยว่า ก่อนหน้าที่ตนจะมาเป็นรมว.ทส. ตน คือ นักปลูกต้นไม้ตัวยง ในพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิถูกต้องตามกฎหมายที่อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ กว่า 200 ไร่ ของตัวเอง ซึ่งเต็มไปด้วยต้นประดู่ป่า กระถินเทพณรงค์ พะยูง มะริด เป็นต้น เพราะถ้ามีเวลาว่างเว้นจากงานการเมืองหรือหลังการเลือกตั้งทุกครั้ง ตนจะใช้เวลาอยู่กับต้นไม้ ทั้งปลูก ทั้งดูแล


ดร.เฉลิมชัย กล่าวว่า ตนเป็นคนรักต้นไม้มาก ชอบปลูกต้นไม้หลากหลายชนิด มีหลายโครงการที่ทำไว้สมัยเป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับกระทรวงทรัพยากรฯ เมื่อได้มาเป็นรมว.ทรัพยากรฯ ตนจึงให้ความสำคัญกับการปลูกต้นไม้ เพราะการปลูกต้นไม้นอกจากจะช่วยสร้างความชุ่มชื่น ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว ยังสามารถได้คาร์บอนเครดิต ซึ่งเป็นการออมชนิดหนึ่ง ต้นไม้บางชนิดที่โตเร็วก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ขายได้ บางชนิด ก็ให้ลูกหลานได้ใช้ประโยชน์ต่อไป


ดร.เฉลิมชัย ยังกล่าวถึงป่าชุมชมกว่า 12,000 แห่งทั่วประเทศ ว่า ป่าชุมชนเป็นป่าที่ชุมชมดูแลรักษา สามารถใช้ประโยชน์ได้ ตาม พ.ร.บ. ป่าชุมชน พ.ศ. 2562 โดยมี คณะกรรมการช่วยกันดูแลและป่าชุมชนหลายแห่งสามารถเป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอนได้มาก ยกตัวอย่างเช่น ป่าชุมชนบ้านโค้งตาบาง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ที่สามารถเข้าสู่ตลาดคาร์บอนเครดิตเป็นป่าชุมชนแห่งแรกของประเทศไทย พร้อมสร้างการรับรู้ศักยภาพของป่าชุมชนในการกักเก็บก๊าซเรือนกระจก และขยายผล ส่งเสริมความร่วมมือภาคธุรกิจให้เข้ามาสนับสนุนป่าชุมชน โดยมีปริมาณคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการรับรองจาก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. จำนวน 5,259 ตันคาร์บอนไดออกไซต์เทียบเท่า และสามารถเงินรายได้ของป่าชุมชนเข้าบัญชีทรัพย์สินส่วนกลางของป่าชุมชนบ้านโค้งตาบางกว่าเจ็ดล้านบาท จะเห็นได้ว่าป่าชุมชนนอกจากเป็น แหล่งอาหาร แหล่งท่องเที่ยว และยังเป็นการอนุรักษ์ต้นไม้ และทรัพยากรธรรมชาติได้เป็นอย่างดี


“จากผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผมขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันปลูกต้นไม้ ไม้ว่าจะเป็นพื้นที่ของตนเอง พื้นที่สาธารณะประโยชน์หรือพื้นที่ป่า เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดการชะลอของน้ำ ประชาชนสามารถรับแจกกล้าไม้ได้ฟรีที่ สถานีเพาะชำกล้าไม้ที่มีอยู่ทั้ง 77 จังหวัด และหน่วยงานที่สังกัดกรมป่าไม้ 139 หน่วย ทั่วประเทศ” ดร.เฉลิมชัย กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน