ทส.สร้างขวัญกำลัง จนท.พิทักษ์ป่า สั่งกรมอุทยานฯ เร่งซื้ออาวุธปืนให้ทันสมัย สยบกลุ่มค้าสัตว์ป่า-ตัดไม้ จ่อสั่งล็อตแรก 300 กระบอก คาดได้ใช้ภายในครึ่งปี’68
24 ม.ค. 68 – ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พร้อม พล.อ.พอพล มณีรินทร์ ประธานกรรมการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส.

ร่วมเป็นสักขีพยาน พิธีลงนาม ว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมความมั่นคงของประเทศ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศและการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) กระทรวงกลาโหม

โดยมี นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานฯ และพล.อ.ดร.ชรัติ อุ่มสัมฤทธิ์ ผอ.สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เป็นผู้ลงนาม พร้อมด้วยนายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผอ.สำนักป้องกัน ปราบปรามและควบคุมไฟป่า และพล.ต. พีรพงศ์ โพธิ์เหมือน รองผอ.สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ร่วมเป็นสักขีพยาน

ดร.เฉลิมชัย กล่าวว่า ทราบว่าเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ามีการปะทะกับกลุ่มคนร้ายบ่อยครั้งมาก ซึ่งเข้ามาทั้งลักลอบค้าสัตว์ป่า แอบตัดไม้กฤษณา โดยเฉพาะบริเวณชายแดนไทย ทำให้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บและเสียชีวิต เนื่องจากอาวุธปืนที่เจ้าหน้าที่มีอยู่ก็ใช้มาหลายสิบปี ปืนบางกระบอกใช้ไม่ได้ด้วยซ้ำ
ส่วนกลุ่มคนร้ายมาพร้อมอาวุธครบมือและทันสมัย จึงได้หารือกับ นายจุพร ปลัดทส. เพื่อเพิ่มอาวุธปืนให้กับเจ้าหน้าที่ เป็นขวัญกำลังใจและเพิ่มสวัสดิการให้แก่เจ้าหน้าที่ เพราะหากมีอาวุธปืนที่มีประสิทธิภาพ จะทำให้เจ้าหน้าที่มีความมั่นใจและสร้างความปลอดภัยให้มากขึ้น

ขณะที่ ผู้กระทำความผิด เมื่อทราบเรื่องว่า เจ้าหน้าที่ทส. ไม่ได้มีปืนลูกซองเพียงเก่าๆ เหมือนแต่ก่อนแล้ว หากคิดจะกระทำผิดก็ต้องตระหนักให้ดีว่าคุ้มหรือไม่ ทางที่ดีก็ไม่ควรทำผิด ซึ่งการจัดซื้ออาวุธครั้งนี้ถือเป็นการส่งสัญญาณให้ผู้กระทำผิดด้วย
“สำหรับการจัดซื้ออาวุธ ส่งมอบปืน ทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อกฎหมาย ส่วนจะจัดซื้อได้จำนวนเท่าไหร่ จะมีการประสานกับทางกองทัพ และทางสถาบันฯ ในการพิจารณาจำนวนอาวุธปืนที่เหมาะสมต่อการใช้งาน ซึ่งจะจัดซื้อตามความจำเป็นเท่านั้น และพิจารณาชนิดอาวุธปืนตามพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าใช้งาน ทั้งนี้เพื่อเพิ่มความอุ่นใจในการทำงานลาดตระเวน และเพิ่มความปลอดภัยให้เจ้าหน้าที่มากขึ้นด้วย” รมว.ทส. กล่าว

ขณะที่ นายอรรถพล กล่าวว่า ปัจจุบันกรมอุทยานฯ มีชุดลาดตระเวนเฉพาะกิจ 880 ชุดทั่วประเทศ ซึ่งอาวุธปืนที่มีเก่า ล้าสมัย ชำรุด ใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จึงไม่สามารถตอบโต้ได้อย่างเท่าเทียมและขาดความยำเกรง ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก
สำหรับการจัดซื้ออาวุธปืน จะเป็นรุ่น MI-4 DGIS Operated 5.56 × 45 mm. NATO และMI-47 DGIS Operated 7.62 × 39 mm. NATO โดยคาดว่า การจัดซื้อล็อตแรกประมาณ 300 กระบอก ซึ่งในหนึ่งชุดจะมีอุปกรณ์อื่นๆ เสริมมาด้วย ราคาชุดละประมาณ 1 แสนบาท

ทั้งนี้การจัดซื้ออาวุธปืนจะต้องผ่านสภากลาโหม คาดว่า ภายในครึ่งปี 2568 เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจะได้รับปืน เพื่อนำไปดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ด้าน พล.อ.ดร.ชรัติ กล่าวว่า สถาบันฯ มีศักยภาพในการพัฒนาอาวุธปืนขึ้นในประเทศ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ซึ่งการลงนามในครั้งนี้มีระยะเวลา 5 ปี นับจากวันที่ลงนาม หลังจากนี้จะเป็นความร่วมมือ ทั้งด้านงานวิชาการ การวิจัยพัฒนา ตลอดจนถ่ายทอดองค์ความรู้ระหว่างบุคลากรทั้ง 2 หน่วยงาน ซึ่งจะเป็นการดำเนินการพัฒนาอาวุธปืนที่เหมาะสมกับภารกิจของกรมอุทยานต่อไป